
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับแนวคิดจัดการป่าไม้จีน โมเดลทันสมัย ได้ทั้งป่า ได้ทั้งรายได้ประชาชน
การจัดการป่าไม้ของจีนกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในแนวทางฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของโลก หลังรัฐบาลจีนเดินหน้าปลูกป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Net Zero ในปี 2050
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การให้รัฐบาลเป็นผู้ดูแลป่าเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการนำ “ประชาชนและท้องถิ่น” เข้ามามีส่วนร่วม พร้อมสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้การรักษาป่ากลายเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับแนวคิดจัดการป่าไม้จีน โมเดลทันสมัย ได้ทั้งป่า ได้ทั้งรายได้ประชาชน
การจัดการป่าไม้ของจีนกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในแนวทางฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของโลก หลังรัฐบาลจีนเดินหน้าปลูกป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Net Zero ในปี 2050
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การให้รัฐบาลเป็นผู้ดูแลป่าเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการนำ “ประชาชนและท้องถิ่น” เข้ามามีส่วนร่วม พร้อมสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้การรักษาป่ากลายเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์
ภายใต้นโยบายของรัฐบาลจีนในยุคประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีการให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติในฐานะพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยจีนตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าและเพิ่มจำนวนต้นไม้ครั้งใหญ่ เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนและสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดนำกลไกคาร์บอนมาเชื่อมโยงกับการสร้างรายได้และการจ้างงานให้ประชาชนที่เข้ามาปลูกและดูแลป่า
อีกจุดเด่นคือ การกระจายความรับผิดชอบไปยังรัฐบาลท้องถิ่น โดยกำหนดให้ตั้งแต่มณฑล เมือง ไปจนถึงเทศบาล ต้องร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและทำตามเป้าหมายที่รัฐบาลกลางกำหนด ขณะเดียวกัน ผลงานด้านสิ่งแวดล้อมยังถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่า การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และการป้องกันการบุกรุกทำลายป่า
แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ป่านอกเมือง แต่ยังขยายมาสู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง เช่น กรุงปักกิ่งที่เดินหน้าสร้างสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว และสวนขนาดเล็ก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติได้ง่ายขึ้น จนเกิดแนวคิดพื้นที่สีเขียวหรือ “Carbon Park” ที่เชื่อมโยงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้ากับคุณภาพชีวิตของคนเมือง
ขณะเดียวกัน จีนยังเปิดให้ เจ้าของที่ดินและประชาชนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นผู้ดูแลป่า หากเจ้าของที่ดินปลูกและฟื้นฟูป่าในพื้นที่ของตนเอง รัฐสามารถจ่ายค่าชดเชยและค่าดูแลรักษาให้ ขณะที่บางพื้นที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ประโยชน์จากไม้ที่มีมูลค่าตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องปลูกทดแทนเพื่อรักษาสมดุลของพื้นที่ป่า
สำหรับพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รัฐบาลท้องถิ่นยังสามารถจ้างประชาชนในพื้นที่ให้เข้ามาปลูกป่า ดูแล และเฝ้าระวังการบุกรุก วิธีนี้ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ ขณะที่ภาครัฐลดภาระในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลป่าจำนวนมาก และพื้นที่ป่าก็ได้รับการฟื้นฟูไปพร้อมกัน
แนวคิดสำคัญของโมเดลจีนจึงอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “ป่าเป็นภาระของรัฐ” สู่ “ป่าเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน” เมื่อคนในพื้นที่มีรายได้จากการปลูกและดูแลป่า การอนุรักษ์จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่กลายเป็นผลประโยชน์ร่วมของชุมชน เมื่อย้อนกลับมามองประเทศไทย การบริหารจัดการป่าไม้ส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้หน่วยงานส่วนกลาง ขณะที่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณเพื่อดูแลพื้นที่ป่าขนาดใหญ่เป็นโจทย์ที่ท้าทาย
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “จะเพิ่มเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกกี่คน” แต่คือ เราจะออกแบบระบบอย่างไรให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมดูแลป่า และได้รับประโยชน์จากการรักษาป่าอย่างเป็นธรรม
เพราะการเพิ่มพื้นที่ป่าอาจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใช้งบประมาณจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว หากสามารถสร้างระบบที่ทำให้ รัฐได้ป่า ประชาชนได้รายได้ และท้องถิ่นได้มีส่วนร่วม การอนุรักษ์ก็อาจกลายเป็นการลงทุนระยะยาวที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
- จีนชี้กดดันเศรษฐกิจอิหร่าน "ไม่ใช่ทางออก" หลังสหรัฐฯ ร้องโดดเดี่ยวอิหร่าน
- จีนเรียกร้องญี่ปุ่นสร้างความชัดเจนฟื้นสัมพันธ์ก่อนสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นเยือนจีน
- ศาลจีนสั่งจำคุก "ฮุย กา หยาน" ผู้ก่อตั้ง Evergrande ต้นตอวิกฤตอสังหาฯ จีน
- “จีน” ฝนตกหนัก คันกั้นน้ำมณฑลเหอหนานแตก 3 จุด
- Unitree ทำ IPO ปลุกกระแส “หุ่นยนต์จีน”
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Reuters
