จับตา 9 จังหวัด! ฝนหนักซ้ำเหนือ–อีสาน เสี่ยงท่วมฉับพลัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา 9 จังหวัด!  ฝนหนักซ้ำเหนือ–อีสาน  เสี่ยงท่วมฉับพลัน

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 15 วันล่วงหน้า (ECMWF Init. 17 ส.ค. 69 เวลา 12 UTC) ยังคงพบการกระจายตัวของฝนที่มีความผันผวนสูง บางพื้นที่มีความเสี่ยงฝนตกหนักและมีน้ำมากเกินไป ขณะที่บางพื้นที่ยังมีฝนน้อยและเสี่ยงต่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

 

ช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้น โดยเริ่มเห็นชัดทางภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุม โดยฝนอาจตกซ้ำในพื้นที่เดิมที่เคยเกิดสถานการณ์น้ำท่วมก่อนหน้านี้ จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขา

 

พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และพะเยา รวมถึงภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แนวแม่น้ำโขง ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร เนื่องจากต้องติดตามระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากน้ำท่าที่ไหลมาจากตอนบนของ สปป.ลาว ประกอบกับน้ำฝนในพื้นที่


สรุปข่าว

ในช่วงวันที่ 18–21 ส.ค. คาดจะมีฝนเพิ่มขึ้น เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสานตอนบน และพื้นที่รับมรสุม ขณะที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง อีสานตอนกลาง–ล่าง และใต้ตอนล่าง ฝนยังน้อย เสี่ยงน้ำไม่เพียงพอ โดยในช่วงวันที่ 22–25 ส.ค. ฝนลดชั่วคราว ก่อนกลับมาเพิ่ม 26 ส.ค.–1 ก.ย. โดยปลายเดือนร่องมรสุมเลื่อนลงมา ทำให้ภาคกลางมีฝนเพิ่มขึ้น

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 15 วันล่วงหน้า (ECMWF Init. 17 ส.ค. 69 เวลา 12 UTC) ยังคงพบการกระจายตัวของฝนที่มีความผันผวนสูง บางพื้นที่มีความเสี่ยงฝนตกหนักและมีน้ำมากเกินไป ขณะที่บางพื้นที่ยังมีฝนน้อยและเสี่ยงต่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

 

ช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 ฝนจะเพิ่มขึ้น โดยเริ่มเห็นชัดทางภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุม โดยฝนอาจตกซ้ำในพื้นที่เดิมที่เคยเกิดสถานการณ์น้ำท่วมก่อนหน้านี้ จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขา

 

พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และพะเยา รวมถึงภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แนวแม่น้ำโขง ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร เนื่องจากต้องติดตามระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากน้ำท่าที่ไหลมาจากตอนบนของ สปป.ลาว ประกอบกับน้ำฝนในพื้นที่


ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง หากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควรเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ ขณะเดียวกันพื้นที่ด้านรับมรสุม เช่น ระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ต้องเฝ้าระวังคลื่นลมที่จะแรงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ในเขตเงาฝน ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลางและตอนล่าง รวมถึงภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งยังมีฝนตกน้อย แม้จะมีฝนเกิดขึ้นแต่ปริมาณยังไม่มาก ทำให้ยังมีความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ โดยคาดหวังว่าฝนระลอกนี้จะช่วยเติมน้ำให้กับพื้นที่ดังกล่าวได้บ้าง

 

ปัจจัยสำคัญมาจาก มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมกลับมาอยู่ในภาวะ Active มากขึ้น รวมถึงการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ซึ่งมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าหาฝั่ง ส่งผลให้การกระจายตัวของฝนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่

 

จากนั้นคาดการณ์ช่วงวันที่ 22–25 สิงหาคม 2569 ฝนจะลดลงชั่วคราว แต่ยังคงมีฝนเกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุม จึงยังต้องระวังฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้

 

จากนั้น ช่วงวันที่ 26 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบน เนื่องจากแนวร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศไทยมากขึ้น

 

โดยเฉพาะช่วง 29 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 เมื่อร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลาง จะทำให้พื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีฝนน้อย มีแนวโน้มกลับมามีฝนเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงที่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของฝนอย่างใกล้ชิด

 

ภาพรวม 15 วันข้างหน้า จึงยังเป็นสถานการณ์ “ฝนกระจายตัวไม่ทั่วถึง บางพื้นที่น้ำมากเกิน ขณะที่บางพื้นที่ยังรอฝน” การเตรียมพร้อมรับมือจึงต้องทำควบคู่กัน ทั้งการเฝ้าระวังน้ำท่วมในพื้นที่ฝนตกหนักและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ฝนยังน้อย

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

แท็กบทความ