“Plastic Free July” เดือนที่ทั้งโลกขอพัก...จากพลาสติก

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Plastic Free July”  เดือนที่ทั้งโลกขอพัก...จากพลาสติก

ทุกเดือนกรกฎาคม ผู้คนทั่วโลกหลายร้อยล้านคนจะร่วมกันทำสิ่งง่าย ๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ไม่ว่าจะเป็นการพกแก้วน้ำส่วนตัว ปฏิเสธถุงพลาสติก พกกล่องอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง


แคมเปญนี้มีชื่อว่า “Plastic Free July” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ประจำเดือน แต่ได้กลายเป็นขบวนการระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน และผลักดันให้ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง


สำหรับ แคมเปญ “Plastic Free July” เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 ที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้เข้าร่วมเพียง 40 คน ก่อนจะขยายตัวจนกลายเป็นแคมเปญลดพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 174 ล้านคน จากกว่า 190 ประเทศ


สรุปข่าว

ทุก ๆ นาที มีขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม บางชิ้นถูกรีไซเคิล แต่ส่วนใหญ่กลับหลุดรอดลงสู่แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ก่อนแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ย้อนกลับมาสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ เดือนกรกฎาคมของทุกปีจึงไม่ใช่แค่การรณรงค์ลดใช้พลาสติก แต่คือช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกหันมาตั้งคำถามกับพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรของตัวเอง ผ่านแคมเปญ “Plastic Free July” ที่เริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นการเคลื่อนไหวระดับโลก เพื่อพิสูจน์ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจเริ่มต้นได้จากการปฏิเสธพลาสติกเพียงหนึ่งชิ้น

ทุกเดือนกรกฎาคม ผู้คนทั่วโลกหลายร้อยล้านคนจะร่วมกันทำสิ่งง่าย ๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ไม่ว่าจะเป็นการพกแก้วน้ำส่วนตัว ปฏิเสธถุงพลาสติก พกกล่องอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง


แคมเปญนี้มีชื่อว่า “Plastic Free July” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ประจำเดือน แต่ได้กลายเป็นขบวนการระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน และผลักดันให้ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง


สำหรับ แคมเปญ “Plastic Free July” เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 ที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้เข้าร่วมเพียง 40 คน ก่อนจะขยายตัวจนกลายเป็นแคมเปญลดพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 174 ล้านคน จากกว่า 190 ประเทศ


แม้ว่าพลาสติกจะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่การผลิตและการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกลับสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า โลกผลิตพลาสติกประมาณ 400 ล้านตันต่อปี แต่มีเพียง 9.5% เท่านั้นที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ขณะที่พลาสติกส่วนใหญ่ยังคงผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ


หากไม่มีมาตรการที่เข้มข้น ภายในปี 2040 ปริมาณพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมอาจเพิ่มขึ้นจาก 130 ล้านตัน เป็น 280 ล้านตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการทิ้ง "รถบรรทุกขยะพลาสติกหนึ่งคันลงสู่ธรรมชาติทุก ๆ วินาที" หลายประเทศได้ออกมาตรการเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง


  • สหภาพยุโรป (EU) สั่งห้ามจำหน่ายพลาสติกใช้ครั้งเดียวหลายประเภท เช่น หลอด ช้อนส้อมพลาสติก และก้านสำลี พร้อมกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องรีไซเคิลได้มากขึ้น
  • แคนาดา เริ่มทยอยยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในหลายประเภท พร้อมผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • อินเดีย ประกาศห้ามผลิตและจำหน่ายพลาสติกใช้ครั้งเดียวหลายชนิดทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ญี่ปุ่น ส่งเสริมการลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และผลักดันให้ภาคธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • ไทย เดินหน้าลดการใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ พร้อมขยายการงดแจกพลาสติกใช้ครั้งเดียวในหลายภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งใช้พลาสติกรวมกันเกือบ 1 ใน 3 ของทั้งโลก กำลังเร่งออกนโยบายใหม่ โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า หากดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น การรั่วไหลของพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมในภูมิภาคนี้อาจลดลงได้มากกว่า 95% ภายในปี 2050


รายงานของ Plastic Free Foundation พบว่า ผู้เข้าร่วม Plastic Free July สามารถลดขยะในครัวเรือนได้เฉลี่ย 13 กิโลกรัมต่อคน และกว่า 86% ยังคงรักษาพฤติกรรมลดใช้พลาสติกต่อไป แม้จบเดือนกรกฎาคมแล้วก็ตาม ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมทั่วโลกช่วยกันลดขยะได้มากกว่า 15 ล้านตัน รวมถึงลดการใช้พลาสติกได้กว่า 1.7 ล้านตัน


การลดพลาสติกไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในวันเดียว แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งง่าย ๆ เช่น พกถุงผ้าแทนการรับถุงพลาสติก ใช้แก้วน้ำหรือกระบอกน้ำส่วนตัว ปฏิเสธหลอดและช้อนส้อมพลาสติกเมื่อไม่จำเป็น เลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง รวมถึงแยกขยะเพื่อให้เข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง เพราะสุดท้ายแล้ว พลาสติกหนึ่งชิ้นที่เรา "ไม่รับ" อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อผู้คนนับล้านเลือกทำเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้จริง และนั่นคือเหตุผลที่ Plastic Free July ไม่ใช่เพียงแค่เดือนแห่งการลดใช้พลาสติก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวิถีชีวิตที่ยั่งยืนกว่าเดิม

ที่มาข้อมูล : UN

ที่มารูปภาพ : Envato