นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ประชากรแมลงทั่วโลกกำลังลดลงเฉลี่ยประมาณ 1-2% ต่อปี และผึ้งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ประชากรผึ้งทั่วโลกลดลง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสูญเสียถิ่นอาศัย จากการขยายตัวของเมือง และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ผึ้งมีแหล่งอาหารและพื้นที่สร้างรังลดลงอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่สร้างความกังวลคือ สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งสามารถส่งผลต่อระบบประสาท ความสามารถในการหาอาหาร และการอยู่รอดของผึ้ง แม้ได้รับในปริมาณไม่มากก็ตาม
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังส่งผลต่อวงจรชีวิตของผึ้งและพืชดอก อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ดอกไม้บานเร็วหรือบานผิดฤดูกาล ส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผึ้งออกหาอาหารไม่สอดคล้องกับช่วงที่พืชออกดอก
ผึ้งยังต้องเผชิญกับ โรคและปรสิต ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและเพิ่มโอกาสติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการล่มสลายของรังผึ้งในหลายประเทศ
สรุปข่าว
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ประชากรแมลงทั่วโลกกำลังลดลงเฉลี่ยประมาณ 1-2% ต่อปี และผึ้งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ประชากรผึ้งทั่วโลกลดลง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การสูญเสียถิ่นอาศัย จากการขยายตัวของเมือง และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ผึ้งมีแหล่งอาหารและพื้นที่สร้างรังลดลงอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่สร้างความกังวลคือ สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งสามารถส่งผลต่อระบบประสาท ความสามารถในการหาอาหาร และการอยู่รอดของผึ้ง แม้ได้รับในปริมาณไม่มากก็ตาม
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังส่งผลต่อวงจรชีวิตของผึ้งและพืชดอก อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ดอกไม้บานเร็วหรือบานผิดฤดูกาล ส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผึ้งออกหาอาหารไม่สอดคล้องกับช่วงที่พืชออกดอก
ผึ้งยังต้องเผชิญกับ โรคและปรสิต ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและเพิ่มโอกาสติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการล่มสลายของรังผึ้งในหลายประเทศ
ล่าสุดมีรายงานพบว่า เกาหลีใต้กำลังเผชิญวิกฤตการเลี้ยงผึ้ง หลังผลผลิตน้ำผึ้งลดลงถึง 50% จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายพัค คยอง-เจ ผู้เลี้ยงผึ้งวัย 65 ปี ในเขตซันชอง ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ทำอาชีพนี้มานานเกือบ 50 ปี เขาเป็นผู้เลี้ยงผึ้งแบบเคลื่อนย้ายรัง ซึ่งต้องขนรังผึ้งเดินทางไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผึ้งเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ที่กำลังบานตามฤดูกาล แต่ปัจจุบัน ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ดอกไม้บานเร็วขึ้นและมีระยะเวลาการบานสั้นลง ส่งผลให้ผึ้งมีเวลาหาอาหารน้อยลง ขณะเดียวกัน สภาพอากาศที่แปรปรวนและลมแรงยังทำให้ผึ้งหาทางกลับรังได้ยากขึ้น ในอดีต ความแตกต่างของสภาพอากาศระหว่างภาคใต้และภาคกลางของเกาหลีใต้ ช่วยให้ผู้เลี้ยงผึ้งสามารถเคลื่อนย้ายรังตามช่วงเวลาการออกดอกของพืชได้หลายรอบต่อปี แต่ปัจจุบันอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ดอกไม้ทั่วประเทศออกดอกใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ช่วงเวลาการเก็บน้ำหวานสั้นลงอย่างมาก นอกจากนี้ ลมแรงและสภาพอากาศสุดขั้วยังทำให้ดอกไม้เสียหายและเหี่ยวเฉาเร็ว ส่งผลให้ผลผลิตน้ำผึ้งลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อน นักวิจัยเตือนว่า การลดลงของประชากรผึ้งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำผึ้งเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อพืชเศรษฐกิจจำนวนมาก เช่น แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี และมะเขือเทศ ที่ต้องอาศัยผึ้งในการผสมเกสร ผู้เชี่ยวชาญมองว่า
วิกฤตผึ้งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นสัญญาณเตือนว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนไม่ได้กระทบเพียงมนุษย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกด้วย
เมื่อผึ้งเริ่มหายไป ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่น้ำผึ้งที่ลดลง แต่อาจลุกลามไปถึงความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ทั่วโลก นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 26 มิ.ย.69 เตือนปลายมิ.ย.-ต้นก.ค. มรสุมฟื้นกำลัง จ่อพาฝนถล่มหลายพื้นที่
- วิกฤตความยั่งยืนโลก! UN ชี้ 17 เป้าหมาย SDGs ไม่มีแม้แต่เป้าหมายเดียวที่สำเร็จ
- วงจรอันตราย! ยิ่งโลกร้อน คนยิ่งเปิดแอร์ โลกก็ยิ่งร้อนกว่าเดิม
- ยูนิเซฟส่งสัญญาณเตือน! “โลกร้อน” กำลังผลักเด็กอัฟกัน สู่ภาวะขาดสารอาหาร
- โลกเดือดเร็วกว่าคาด! “ดร.เสรี” ชี้ 1.5 องศาฯ มาเร็วกว่าคาด 4 ปี
