พยากรณ์อากาศวันนี้ 26 มิ.ย.69 เตือนปลายมิ.ย.-ต้นก.ค. มรสุมฟื้นกำลัง จ่อพาฝนถล่มหลายพื้นที่

Share on Line Share on Facebook Share on X
พยากรณ์อากาศวันนี้ 26 มิ.ย.69 เตือนปลายมิ.ย.-ต้นก.ค. มรสุมฟื้นกำลัง  จ่อพาฝนถล่มหลายพื้นที่

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยเริ่มมีสัญญาณว่าฝนกำลังจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากหลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญช่วงฝนทิ้งช่วงและอากาศร้อนต่อเนื่องหลายวัน โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มนำความชื้นจากทะเลอันดามันกลับเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง ขณะที่ลิ่มความกดอากาศสูงจากซีกโลกใต้ซึ่งเคยแผ่ปกคลุมขึ้นมาค่อนข้างแรงเริ่มอ่อนกำลังลง ส่งผลให้ระบบฝนเริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น


แม้สถานการณ์ฝนจะเริ่มดีขึ้น แต่หลายพื้นที่ยังคงมีฝนน้อย ทำให้ยังมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคเกษตรกรรม ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงเย็นถึงค่ำ ส่วนคลื่นลมในทะเลยังมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง แต่ในช่วงบ่ายยังต้องเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้


สรุปข่าว

หลังฝนทิ้งช่วงและอากาศร้อนต่อเนื่องหลายวัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มนำความชื้นกลับเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง ทำให้ฝนทยอยกลับมา โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสานตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุมโดยช่วง 26 มิ.ย. - 6 ก.ค. ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากมรสุมที่แรงขึ้นและร่องมรสุมที่พาดผ่านไทยตอนบน ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน ส่วนพายุโซนร้อน "เมขลา" และ "ฮีโกส" ในมหาสมุทรแปซิฟิกไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่ผู้ที่เดินทางไปไต้หวันและญี่ปุ่นควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทาง

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยเริ่มมีสัญญาณว่าฝนกำลังจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากหลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญช่วงฝนทิ้งช่วงและอากาศร้อนต่อเนื่องหลายวัน โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มนำความชื้นจากทะเลอันดามันกลับเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง ขณะที่ลิ่มความกดอากาศสูงจากซีกโลกใต้ซึ่งเคยแผ่ปกคลุมขึ้นมาค่อนข้างแรงเริ่มอ่อนกำลังลง ส่งผลให้ระบบฝนเริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น


แม้สถานการณ์ฝนจะเริ่มดีขึ้น แต่หลายพื้นที่ยังคงมีฝนน้อย ทำให้ยังมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคเกษตรกรรม ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงเย็นถึงค่ำ ส่วนคลื่นลมในทะเลยังมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง แต่ในช่วงบ่ายยังต้องเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้


สำหรับแนวโน้มในช่วงวันที่ 26 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2569 ปริมาณฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นลักษณะฝนฟ้าคะนองกระจายตัวมากขึ้นในภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานด้านตะวันออก และพื้นที่ด้านรับมรสุม ขณะที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคอีสานด้านตะวันตก ยังมีฝนเกิดขึ้นเพียงบางแห่ง


สาเหตุสำคัญมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 28 มิถุนายน และพัดเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันร่องมรสุมจะเลื่อนกลับลงมาพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนสะสม รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่


ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นเช่นกัน ผู้ประกอบการเดินเรือและชาวประมงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ฝนที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้อาจถือเป็นข่าวดี เพราะเป็นโอกาสในการกักเก็บและสำรองน้ำในพื้นที่ที่ได้รับฝน หลังจากหลายพื้นที่เผชิญภาวะฝนน้อยมาอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2569 ปริมาณฝนจะกลับมาลดลงอีกครั้ง โดยฝนจะเกิดขึ้นเป็นหลักบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนใกล้แนวร่องมรสุม และบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่เลื่อนขึ้นไปทางตอนบน ขณะที่ภาคอื่น ๆ มีแนวโน้มฝนน้อยลง สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศในระยะนี้ยังคงมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


สำหรับสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะนี้มีพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูก ได้แก่ พายุโซนร้อนกำลังแรง "เมขลา" (MEKKHALA) และพายุโซนร้อน "ฮีโกส" (HIGOS) แต่ทั้งสองลูกไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง จึงไม่ควรวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแผนเดินทางไปไต้หวันและญี่ปุ่นควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และติดตามประกาศพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลและข้อมูลใหม่ที่เข้ามาในแต่ละวัน

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan