
สรุปข่าว
วันนี้ (15 ธ.ค.64) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ "โควิด-19 วัคซีน หลักการให้วัคซีน" โดยระบุว่า
ตามศาสตร์การให้วัคซีน การให้วัคซีนครบ จะต้องประกอบไปด้วยการให้วัคซีนเบื้องต้น (prime) และกระตุ้น (boost) จึงจะเรียกว่าให้วัคซีนครบชุด เช่นการให้วัคซีนตับอักเสบ เอ บี ให้เบื้องต้น 1 เข็ม ในตับ เอ และ 2 เข็ม ในตับ บี และกระตุ้นอีก 1 เข็ม ในอีก 6 เดือนต่อมา
การให้วัคซีน หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้สมองอักเสบ หรือในเด็กก็ตาม จะต้องมีเข็มหรือชุดเบื้องต้น prime ตามด้วยกระตุ้น boost ให้ภูมิอยู่นาน
โควิด-19 ก็เช่นเดียวกันที่บอกว่าให้วัคซีนครบคือ 2 เข็ม จึงไม่ถูกต้อง การให้ครบจะต้องประกอบด้วย การให้ 2 เข็มเบื้องต้น เป็นตัว prime และอีก 3-6 เดือนต่อมาการกระตุ้น boost จึงจะเรียกว่าครบชุด
การให้วัคซีน การกระตุ้น ถ้าเข็มกระตุ้นเข้าไปใกล้ชิด กับเข็มแรกหรือ 2 เข็มแรก เช่น ฉีด 3 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน ทั้ง 3 เข็ม เข็มที่ 3 ไม่ถือว่าเป็นเข็มกระตุ้น ยังถือว่าเป็น prime หรือเบื้องต้น ต้องมีการกระตุ้นอีก
เข็มกระตุ้นยิ่งห่างจากเข็มเบื้องต้นนานยิ่งดี โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6-24 เดือน ในตับ เอ หรือตับ บี แต่บางครั้งอนุโลมห่างลงมา 3 เดือน แต่ผลการกระตุ้นจะสู้ยิ่งนานไม่ได้ โดยเฉพาะ 6 เดือนขึ้นไป
การเว้นห่าง ยิ่งห่าง การกระตุ้นดี กระตุ้นได้ภูมิสูงและอยู่นานกว่า แต่ถ้าห่างเกินไปมีข้อเสีย ถ้ามีการระบาดโรคมาก จะมีการติดโรค แทรกมาก่อนกระตุ้น ดังนั้นถ้าไม่มีการระบาดของโรคให้รอให้มีระยะห่าง ถ้ามีการระบาดมากก็รีบให้เร็วขึ้น
การให้วัคซีนครบชุด จะต้องประกอบไปด้วยให้ชุดเบื้องต้น (prime) กระตุ้น (boost)
ข้อมูลจาก Yong Poovorawan
ภาพจาก TNN ONLINE
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

