
สรุปข่าว
วันนี้( 22 ก.ค.64) ผลวิจัยล่าสุดซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine (NEJM) ระบุว่า วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ และ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เมื่อฉีดครบทั้ง 2 โดสแล้ว จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ดีเหมือนกับที่สามารถป้องกันสายพันธุ์อัลฟา ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในช่วงก่อนหน้านี้
ผลการวิจัยล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร NEJM นี้ สนับสนุนผลวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ (PHE) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพ.ค. เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนของไฟเซอร์และของแอสตร้าเซนเนก้าจากข้อมูลการใช้งานจริง
ผลวิจัยล่าสุดพบว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 โดสมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการจากสายพันธุ์เดลตาได้ 88% เทียบกับสายพันธุ์อัลฟาที่ 93.7% ซึ่งตรงกับตัวเลขที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ายังสามารถป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลตาได้ 67% ซึ่งมากกว่า 60% ที่รายงานก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังป้องกันสายพันธุ์อัลฟาได้ 74.5% เทียบกับตัวเลขก่อนหน้านี้ที่ระดับ 66%
ผลการวิจัยล่าสุดยังระบุด้วยว่า วัคซีนของไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์เดลตา อย่างไรก็ดีงานวิจัยดังกล่าวเน้นย้ำว่า การฉีดวัคซีนเพียงโดสเดียวนั้นไม่สามารถให้การปกป้องได้มากเพียงพอ โดยพบว่า วัคซีนไฟเซอร์ 1 โดสมีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์เดลตาเพียง 36% ขณะที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีประสิทธิภาพเพียง 30%
- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

