"ไต้ฝุ่นไมสัก"สลายแล้ว-จีนวิกฤตหนักอ่างเก็บน้ำแตก

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ไต้ฝุ่นไมสัก"สลายแล้ว-จีนวิกฤตหนักอ่างเก็บน้ำแตก


ภูมิภาคตอนใต้ของจีน ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไมสักพัดถล่มเมื่อ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ส่งผลให้ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50-100 เซ็นติเมตร ในเมืองฝางเฉิงกั่ง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งอยู่ติดชายแดนเวียดนาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือยางเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานอ่างเก็บน้ำหลิวหลาน ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงแตกพังทลายลง 2 ส่วน ทำให้เกิดช่องโหว่กว้างถึง 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว ทางการเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ประกาศยกระดับมาตรการรับมือฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยระดับสูงสุด เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า พายุไมสักนี้จะทำให้มีฝนตกชุกต่อเนื่องในอีก 3 วันข้างหน้าหรือต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ในพื้นที่กว่างซีจ้วง มณฑลกุ้ยโจว และหูหนาน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจตามมา เช่น น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม


ส่วนเวียดนามได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดถล่มพื้นที่แถบชายฝั่งจังหวัดกว๋างนิงห์ ทางตอนเหนือของเวียดนามเป็นรอบที่สองเมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เมืองหมงก๋ายได้รับผลกระทบหนักที่สุดของจังหวัดกว๋างนิงห์ ทั้งฝนตกหนักและไฟดับต่อเนื่อง หลังพายุพัดผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง เส้นทางจากคาบสมุทรจ่าโก๋ ซึ่งเป็นจุดขึ้นฝั่งเข้าสู่เมืองหมงก๋าย พบเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ทั้งต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น สิ่งปลูกสร้างพังเสียหาย เฉพาะในจังหวัดกว๋างนิงห์เพียงแห่งเดียว มีต้นไม้หักโค่นอย่างน้อย 1,000 ต้น ระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดนานกว่า 10 ชั่วโมง ฝนที่ตกสะสมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและดินถล่มตามมา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต  ความเสียหายยังขยายวงกว้างไปยังจังหวัดไหลเจิว เซินลา และท้ายเหงียน สำนักอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามเตือนว่า ดินอิ่มตัวน้ำสูงถึงร้อยละ 85 และได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างเร่งด่วน ส่วนทางหลวงสายหลัก 32 ที่เกิดดินสไลด์ 19 จุด เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่จนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว 



สรุปข่าว

พายุไต้ฝุ่นไมสักสลายตัวแล้ว แต่ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในเวียดนามและจีน โดยจีนฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วม และยังทำให้อ่างเก็บน้ำหลิวหลาน ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงแตกพังทลายลง 2 ส่วน ทำให้เกิดช่องโหว่กว้างถึง 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว


ภูมิภาคตอนใต้ของจีน ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไมสักพัดถล่มเมื่อ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ส่งผลให้ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50-100 เซ็นติเมตร ในเมืองฝางเฉิงกั่ง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งอยู่ติดชายแดนเวียดนาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือยางเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานอ่างเก็บน้ำหลิวหลาน ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงแตกพังทลายลง 2 ส่วน ทำให้เกิดช่องโหว่กว้างถึง 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว ทางการเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ประกาศยกระดับมาตรการรับมือฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยระดับสูงสุด เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า พายุไมสักนี้จะทำให้มีฝนตกชุกต่อเนื่องในอีก 3 วันข้างหน้าหรือต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ในพื้นที่กว่างซีจ้วง มณฑลกุ้ยโจว และหูหนาน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจตามมา เช่น น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม


ส่วนเวียดนามได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดถล่มพื้นที่แถบชายฝั่งจังหวัดกว๋างนิงห์ ทางตอนเหนือของเวียดนามเป็นรอบที่สองเมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เมืองหมงก๋ายได้รับผลกระทบหนักที่สุดของจังหวัดกว๋างนิงห์ ทั้งฝนตกหนักและไฟดับต่อเนื่อง หลังพายุพัดผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง เส้นทางจากคาบสมุทรจ่าโก๋ ซึ่งเป็นจุดขึ้นฝั่งเข้าสู่เมืองหมงก๋าย พบเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ทั้งต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น สิ่งปลูกสร้างพังเสียหาย เฉพาะในจังหวัดกว๋างนิงห์เพียงแห่งเดียว มีต้นไม้หักโค่นอย่างน้อย 1,000 ต้น ระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดนานกว่า 10 ชั่วโมง ฝนที่ตกสะสมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและดินถล่มตามมา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต  ความเสียหายยังขยายวงกว้างไปยังจังหวัดไหลเจิว เซินลา และท้ายเหงียน สำนักอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามเตือนว่า ดินอิ่มตัวน้ำสูงถึงร้อยละ 85 และได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างเร่งด่วน ส่วนทางหลวงสายหลัก 32 ที่เกิดดินสไลด์ 19 จุด เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่จนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว 



ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุโซนร้อนไมสัก (MAYSAK) ฉบับล่าสุด(6 ก.ค.)และเป็นฉบับสุดท้าย หลังจากไมสัก ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้วเมื่อเวลา 4 นาฬิกาวันนี้ ศูนย์กลางอยู่บริเวณมณฑลกว่างซี ประเทศจีน และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และจะสลายตัวบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในระยะต่อไป แต่จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” และร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย  จะยังทำให้หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากรวม 31 จังหวัด  สำหรับพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมากมี 8 จังหวัด  ภาคเหนือ พื้นที่เสี่ยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และตากและภาคตะวันออกเฉียงเหนือพื้นที่เสี่ยง รวม 5 จังหวัด ได้แก่  หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร  และนครพนม 


ส่วนอีก 24 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคเหนือ กระทบมากที่สุดรวมกว่า 11 จังหวัดอาทิ  เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ และสุโขทัย  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสี่ยงฝนตกหนัก ในจังหวัด เลย และมุกดาหาร เช่นเดียวกับภาคกลางกระทบ 2 จังหวัดได้แก่ กาญจนบุรี และราชบุรี ส่วนภาคตะวันออก  พื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัดอาทิ จังหวัด  ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 

   

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง