
ประเทศไทยในช่วงเดือนนี้ยังต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยช่วงต้นถึงกลางเดือนหลายพื้นที่จะมีฝนตกค่อนข้างน้อย เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนจะอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย มีฝนตกเพียงร้อยละ 20–30 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ สาเหตุจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังมีกำลังอ่อน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทาน ซึ่งควรวางแผนการใช้น้ำอย่างรอบคอบ
สรุปข่าว
ประเทศไทยในช่วงเดือนนี้ยังต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยช่วงต้นถึงกลางเดือนหลายพื้นที่จะมีฝนตกค่อนข้างน้อย เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนจะอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย มีฝนตกเพียงร้อยละ 20–30 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ สาเหตุจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังมีกำลังอ่อน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทาน ซึ่งควรวางแผนการใช้น้ำอย่างรอบคอบ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือนเป็นต้นไป สถานการณ์ฝนมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ปริมาณและการกระจายของฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สำหรับภาพรวมทั้งเดือน ปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับค่าปกติ แต่ยังมีความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค โดยภาคกลางมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มฝนสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ส่วนภาคเหนือสูงกว่าค่าปกติร้อยละ 5 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ด้านภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีแนวโน้มฝนน้อยกว่าค่าปกติ
ปริมาณฝนสะสมรายภาค คาดว่าภาคเหนือจะมีฝนประมาณ 180–220 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 260–310 มิลลิเมตร ภาคกลาง 120–160 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก 270–320 มิลลิเมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 170–220 มิลลิเมตร ภาคใต้ฝั่งตะวันออก 80–120 มิลลิเมตร และภาคใต้ฝั่งตะวันตก 320–380 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝนสะสมมากที่สุดของประเทศ
ด้านอุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยจะอยู่ใกล้เคียงค่าปกติ โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 32–34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24–26 องศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติราว 0.5 องศาเซลเซียส
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของเดือนที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่ฝนทิ้งช่วงควรวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศในระยะนี้
- “ตราด” ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือน
- พยากรณ์อากาศ 7 วัน ช่วง 3 - 9 ก.ค. 2569 เตือนทั่วไทยเตรียมรับมือฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำท่วม
- เปิดเส้นทางพายุ “ไมสัก” จับตาแม้ไม่เข้าไทย แต่หลายพื้นที่โดนผลกระทบฝนตกหนัก
- กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 1 พายุ “ไมสัก” กระทบไทยฝนเพิ่มขึ้น-ฝนตกหนักถึงหนักมาก 3-4 ก.ค.
- เตือน 5 จังหวัดเฝ้าระวัง! ฝนตกหนักใกล้ชิด 1 - 3 ก.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม
ที่มาข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา
ที่มารูปภาพ : Somkuan Tonjan
