
สรุปข่าว
วันนี้ ( 15 เม.ย. 63 )หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ในสหรัฐ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐว่า กระทรวงการคลังสหรัฐมีคำสั่งให้พิมพ์ชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงบนเช็คเงินเยียวยา 1,200 ดอลลาร์ หรือราว 39,000 บาท ซึ่งจะถูกส่งให้กับชาวอเมริกันรายได้น้อยราว 70 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19
วอชิงตัน โพสต์ระบุด้วยว่า การพิมพ์ชื่อทรัมป์ลงบนเช็ค จะทำให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาช้าไปอีกหลายวัน ส่วนชื่อของทรัมป์ จะอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเช็ค ด้านล่างของบรรทัดที่เขียนว่า Economic Impact Payment ซึ่งแปลว่า เงินเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
การแจกเงินเยียวยาช่วยชาวอเมริกันกว่าร้อยล้านคน ที่เดือดร้อนจากโควิด19 นี้ เป็นมาตรการเยียวยาที่สำคัญที่สุด ในงบประมาณเยียวยาโควิด19 มูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ของรัฐบาลทรัมป์ ที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นมาตรการเยียวยาโควิด19 ก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของรัฐบาลสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทั้งทำเนียบขาวและกระทรวงคลังสหรัฐ ยังไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ แต่หากเรื่องนี้เป็นความจริง จะนับเป็นครั้งแรก ที่มีชื่อของประธานาธิบดีสหรัฐ ปรากฏอยู่บนเช็คเงินที่ไออาร์เอสส่งไปถึงประชาชนชาวอเมริกัน
มีชาวอเมริกันทั้งหมด 70 ล้านคน ที่จะได้รับเช็คเงินเยียวยา 1,200 ดอลลาร์นี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่มีข้อมูลบัญชีธนาคาร และเป็นผู้มีรายได้น้อย
ทางฝ่ายบริหารรายได้ภายใน หรือ ไออาร์เอส ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ จะทำหน้าที่จัดส่งเช็คเงินเยียวยาไปถึงประชาชนทั้ง 70 ล้านคน โดยคาดว่า เช็คเงินเยียวยาล็อตแรก จะส่งถึงมือชาวอเมริกันตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งจะทยอยส่งออกไปจนถึงเดือนกันยายนนี้
เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
- อิสราเอลยืนยันผู้ก่อเหตุรุนแรงในโคโลราโดมาจาก "ลัทธิต่อต้านชาวยิว"
- จีนเดือดโต้กลับทรัมป์ละเมิดข้อตกลงการค้า พร้อมเอาคืนเพื่อผลประโยชน์ประเทศ
- มาตรการใหม่สหรัฐฯ แบนซอฟต์แวร์ EDA หวังลดอิทธิพล AI จีน
- คนร้ายจุดไฟเผยคนในห้างที่รัฐโคโลราโด เอฟบีไอระบุเป็นเหตุก่อการร้าย
- ทำเนียบขาวแถลง "ไม่รู้เรื่อง" ปฏิบัติการโจมตีด้วยกองทัพโดรนของยูเครน
- รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เรียกร้องเอเชียเพิ่มงบประมาณกลาโหมรับมือความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand