ทรัมป์จะไปรับสีจิ้นผิง ถึงสนามบินทันทีที่ถึงสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมไปต้อนรับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ซึ่งเป็นสนามบินภายในฐานทัพทหารนอกกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทันทีที่เครื่องบินของผู้นำจีนเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ก่อนเดินทางต่อเพื่อเยือนทำเนียบขาว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ส เมื่อวานนี้ (18 กันยายน) ว่าการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางไปต้อนรับผู้นำต่างประเทศถึงสนามบินถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยกำหนดการจะรวมถึงพิธีต้อนรับที่ทำเนียบขาว การตรวจแถวกองทหารในสวนกุหลาบด้านหน้าทำเนียบขาว และงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำด้วย
สำหรับบรรดาแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง จะมีผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังหลายคน ได้แก่ เจฟฟ์ เบซอส จาก Amazon, ซุนดาร์ พิชัย จาก Alphabet, แซม อัลต์แมน จาก OpenAI, ทิม คุก จาก Apple, อีลอน มัสก์ จาก Tesla, เจนเซน หวง จาก Nvidia และไมเคิล เดลล์ จาก Dell Technologies ซึ่งคาดว่าประเด็นต่าง ๆ เช่น การค้า การไหลเวียนของแร่หายากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะมีการหารือระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิง ในการพบกันครั้งนี้
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานคณะกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ดูแลงานเกี่ยวกับ “จีน” จากพรรครีพับลิกัน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าที “แข็งกร้าว” ในการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในสัปดาห์หน้า พร้อมเตือนทรัมป์ไม่ให้ยอมอ่อนข้อและเรียกร้องให้เพิ่มข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี รวมถึงกำหนดบทลงโทษต่อจีนจากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของกลุ่มนักการเมืองสหรัฐฯ ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีนว่า ทรัมป์อาจยอมให้สัมปทานกับจีนมากเกินไปในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
จอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการคัดเลือกของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุในจดหมายถึงทรัมป์ว่า ทรัมป์ควรหยิบยกรายงานที่ระบุว่า หน่วยงานของจีนให้การสนับสนุนด้านข้อมูลเป้าหมายแก่การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต โดยเขาเรียกการสนับสนุนดังกล่าวว่าเป็นการยกระดับสถานการณ์ครั้งสำคัญ
เขาระบุว่า ทรัมป์ควรทำให้จีนเข้าใจอย่างชัดเจนว่าการช่วยเหลือฝ่ายที่เป็นศัตรูของสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน นั้นเทียบเท่ากับการกระทำที่เป็นการประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงที่สุด มูลีนาร์ ยังเรียกร้องให้เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการป้องกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร โดยย้ำว่า จีนยังคงเป็นคู่แข่งจากต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์เพิ่งปัดรายงานที่ระบุว่า อิหร่านได้รับภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทัพแห่งหนึ่งในจอร์แดนจากหน่วยงานของจีน ก่อนเกิดการโจมตีที่ทำให้ทหารสหรัฐฯ 3 นายเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม โดยทรัมป์กล่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็สอดแนมซึ่งกันและกัน
สรุปข่าว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมไปต้อนรับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ซึ่งเป็นสนามบินภายในฐานทัพทหารนอกกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทันทีที่เครื่องบินของผู้นำจีนเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ก่อนเดินทางต่อเพื่อเยือนทำเนียบขาว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ส เมื่อวานนี้ (18 กันยายน) ว่าการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางไปต้อนรับผู้นำต่างประเทศถึงสนามบินถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยกำหนดการจะรวมถึงพิธีต้อนรับที่ทำเนียบขาว การตรวจแถวกองทหารในสวนกุหลาบด้านหน้าทำเนียบขาว และงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำด้วย
สำหรับบรรดาแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง จะมีผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังหลายคน ได้แก่ เจฟฟ์ เบซอส จาก Amazon, ซุนดาร์ พิชัย จาก Alphabet, แซม อัลต์แมน จาก OpenAI, ทิม คุก จาก Apple, อีลอน มัสก์ จาก Tesla, เจนเซน หวง จาก Nvidia และไมเคิล เดลล์ จาก Dell Technologies ซึ่งคาดว่าประเด็นต่าง ๆ เช่น การค้า การไหลเวียนของแร่หายากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะมีการหารือระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิง ในการพบกันครั้งนี้
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานคณะกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ดูแลงานเกี่ยวกับ “จีน” จากพรรครีพับลิกัน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าที “แข็งกร้าว” ในการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในสัปดาห์หน้า พร้อมเตือนทรัมป์ไม่ให้ยอมอ่อนข้อและเรียกร้องให้เพิ่มข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี รวมถึงกำหนดบทลงโทษต่อจีนจากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของกลุ่มนักการเมืองสหรัฐฯ ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีนว่า ทรัมป์อาจยอมให้สัมปทานกับจีนมากเกินไปในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
จอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการคัดเลือกของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุในจดหมายถึงทรัมป์ว่า ทรัมป์ควรหยิบยกรายงานที่ระบุว่า หน่วยงานของจีนให้การสนับสนุนด้านข้อมูลเป้าหมายแก่การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต โดยเขาเรียกการสนับสนุนดังกล่าวว่าเป็นการยกระดับสถานการณ์ครั้งสำคัญ
เขาระบุว่า ทรัมป์ควรทำให้จีนเข้าใจอย่างชัดเจนว่าการช่วยเหลือฝ่ายที่เป็นศัตรูของสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน นั้นเทียบเท่ากับการกระทำที่เป็นการประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงที่สุด มูลีนาร์ ยังเรียกร้องให้เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการป้องกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร โดยย้ำว่า จีนยังคงเป็นคู่แข่งจากต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์เพิ่งปัดรายงานที่ระบุว่า อิหร่านได้รับภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทัพแห่งหนึ่งในจอร์แดนจากหน่วยงานของจีน ก่อนเกิดการโจมตีที่ทำให้ทหารสหรัฐฯ 3 นายเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม โดยทรัมป์กล่าวว่า ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็สอดแนมซึ่งกันและกัน
- ทรัมป์กล่าวอาจยึดน้ำมันในอิหร่านแบบเวเนซุเอลา อ้างรายได้คุ้มค่าทำสงคราม
- ทรัมป์เรียกร้องยูเครน หยุดโจมตีเป้าหมายน้ำมันดีเซลในรัสเซีย
- สีจิ้นผิง-โมดี เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่คู่แข่ง
- สีจิ้นผิง พบ โมดี หารือก้าวข้ามความต่าง หลายประเด็นน่าจับตามอง
- ทรัมป์ใจป้ำ แจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ หากรีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอม
