สหรัฐฯ สั่งระงับนัดหมาย ผู้ขอวีซ่าทั่วโลก อ้างอบรมจนท.สถานทูต

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ สั่งระงับนัดหมาย ผู้ขอวีซ่าทั่วโลก อ้างอบรมจนท.สถานทูต

รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลทั่วโลก “ระงับการนัดหมาย” ขอวีซ่าสำหรับผู้สมัครทุกคน โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า  กระทรวงได้เปิดโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ครั้งใหญ่จากทั้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับตารางนัดหมายสำหรับขอวีซ่าให้สอดคล้องกับการฝึกอบรมดังกล่าว ท่ามกลางการเดินหน้ามาตรการเข้มงวดด้านการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมหรือระยะเวลาที่แน่นอน เพียงระบุว่าการฝึกอบรมมีเป้าหมายเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่กงสุลเพิ่มขีดความสามารถในการคัดกรองผู้สมัครวีซ่า รวมถึงทำให้การประเมินผู้ขอวีซ่าเป็นไปอย่าง “ครอบคลุมและสม่ำเสมอ”โดบก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์  Financial Times รายงานเรื่องการระงับนัดหมายวีซ่า โดยระบุว่าผู้สมัครวีซ่าผู้อพยพบางรายที่มีนัดสัมภาษณ์กับสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ แล้ว จะได้รับอีเมลแจ้งว่า นัดหมายถูกเลื่อนออกไปและจะได้รับแจ้งวันนัดใหม่ในภายหลัง

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าปราบปรามการเข้าเมืองอย่างเข้มงวดทั้งการเพิกถอนวีซ่าและกรีนการ์ด รวมถึงปฏิเสธคำขอในหลายกรณีจากผู้สมัครที่เข้าข่ายมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่อต้านสหรัฐฯ หรือการที่ผู้สมัครเข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และต่อต้านอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยที่ทรัมป์เคยออกมากล่าวว่า มาตรการปราบปรามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม มาตรการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าอาจมีลักษณะเข้าข่ายการ “เลือกปฏิบัติและละเมิดเสรีภาพ” ในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

กลุ่มสิทธิฯ ยังเตือนด้วยว่ามาตรการดังกล่าวกำลังสร้างบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติจากเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์

สรุปข่าว

รัฐบาลทรัมป์สั่ง “ระงับ” นัดหมายการทำวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้สมัครทั่วโลก โดยให้เหตุผลว่ากำลังเปิดการอบรมเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกที่หวังเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกผู้สมัครวีซ่าเพื่อเดินทางมาสหรัฐฯ

รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลทั่วโลก “ระงับการนัดหมาย” ขอวีซ่าสำหรับผู้สมัครทุกคน โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า  กระทรวงได้เปิดโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ครั้งใหญ่จากทั้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับตารางนัดหมายสำหรับขอวีซ่าให้สอดคล้องกับการฝึกอบรมดังกล่าว ท่ามกลางการเดินหน้ามาตรการเข้มงวดด้านการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมหรือระยะเวลาที่แน่นอน เพียงระบุว่าการฝึกอบรมมีเป้าหมายเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่กงสุลเพิ่มขีดความสามารถในการคัดกรองผู้สมัครวีซ่า รวมถึงทำให้การประเมินผู้ขอวีซ่าเป็นไปอย่าง “ครอบคลุมและสม่ำเสมอ”โดบก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์  Financial Times รายงานเรื่องการระงับนัดหมายวีซ่า โดยระบุว่าผู้สมัครวีซ่าผู้อพยพบางรายที่มีนัดสัมภาษณ์กับสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ แล้ว จะได้รับอีเมลแจ้งว่า นัดหมายถูกเลื่อนออกไปและจะได้รับแจ้งวันนัดใหม่ในภายหลัง

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าปราบปรามการเข้าเมืองอย่างเข้มงวดทั้งการเพิกถอนวีซ่าและกรีนการ์ด รวมถึงปฏิเสธคำขอในหลายกรณีจากผู้สมัครที่เข้าข่ายมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่อต้านสหรัฐฯ หรือการที่ผู้สมัครเข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และต่อต้านอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยที่ทรัมป์เคยออกมากล่าวว่า มาตรการปราบปรามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม มาตรการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าอาจมีลักษณะเข้าข่ายการ “เลือกปฏิบัติและละเมิดเสรีภาพ” ในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

กลุ่มสิทธิฯ ยังเตือนด้วยว่ามาตรการดังกล่าวกำลังสร้างบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติจากเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters