
ทางการสเปนและโมร็อกโกยังเพิ่มความร่วมมือในการส่งกลับและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ โดยทางการโมร็อกโกเปิดเผยว่าสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลุกระดมและความรุนแรงในการทะลักข้ามแดนและทำให้ชายแดนเมืองงเซอูตา ดินแดนส่วนแยกของสเปนในแอฟริกาเหนือแตกได้แล้วมากกว่า 70 คน แม้ว่าจนถึงขณะนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนดังกล่าวจะเริ่มคลี่คลายโดยผู้อพยพส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับสู่โมร็อกโก แต่ทางการสเปนได้ติดตั้ง ทุ่นแบร์ริเออร์ลอยน้ำ ความยาว 500 เมตร บริเวณเขื่อนกันคลื่นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพว่ายน้ำอ้อมด่านชายแดนทางทะเลด้วย
ขณะที่ เมื่อวานนี้ (2 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ผู้อพยพทะลักข้ามแดนเข้าสู่เซอูตาจากโมร็อกโกตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 72 คนแล้ว หลังจากพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 คน บริเวณชายฝั่งของเซอูตา
มิเกล อังเคล เปเรซ ตัวแทนรัฐบาลสเปนประจำเมืองเซอูตา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า นอกจากผู้เสียชีวิต 72 คนแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาจากหน่วยบริการทางการแพทย์มากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่วันพฤหัสบดี นอกจากนี้แหล่งข่าวระบุว่า ผู้อพยพบางรายเสียชีวิตจากการจมน้ำ ส่วนบางรายถูกกดทับและเบียดอัดจนเสียชีวิตระหว่างพยายามปีนเขื่อนกันคลื่นและรั้วกั้นชายแดน โดยส่วนใหญ่ตัดสินใจอพยพเนื่องจากปัญหาความยากจนทางเศรษฐกิจ และได้รับแรงกระตุ้นจากข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ รายงานจากทางการสเปน ระบุว่า มีผู้คน เดินทางข้ามแดนเข้าสู่เซอูตาทั้งทางบกและทางทะเลตั้งแต่วันพฤหัสบดี ประมาณ 50,000 คน นับเป็นเหตุการณ์ฝูงชนแห่อพยพทะลักเข้าเมืองครั้งใหญ่ที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ที่ชายแดนทางบกเพียงไม่กี่แห่งของสหภาพยุโรปที่ติดต่อกับทวีปแอฟริกา โดยสเปนเปิดเผยว่าผู้อพยพมากกว่า 48,000 คน ได้เดินทางกลับไปยังโมร็อกโกแล้วภายใน 48 ชั่วโมง โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
สรุปข่าว
ทางการสเปนและโมร็อกโกยังเพิ่มความร่วมมือในการส่งกลับและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ โดยทางการโมร็อกโกเปิดเผยว่าสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลุกระดมและความรุนแรงในการทะลักข้ามแดนและทำให้ชายแดนเมืองงเซอูตา ดินแดนส่วนแยกของสเปนในแอฟริกาเหนือแตกได้แล้วมากกว่า 70 คน แม้ว่าจนถึงขณะนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนดังกล่าวจะเริ่มคลี่คลายโดยผู้อพยพส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับสู่โมร็อกโก แต่ทางการสเปนได้ติดตั้ง ทุ่นแบร์ริเออร์ลอยน้ำ ความยาว 500 เมตร บริเวณเขื่อนกันคลื่นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพว่ายน้ำอ้อมด่านชายแดนทางทะเลด้วย
ขณะที่ เมื่อวานนี้ (2 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ผู้อพยพทะลักข้ามแดนเข้าสู่เซอูตาจากโมร็อกโกตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 72 คนแล้ว หลังจากพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 คน บริเวณชายฝั่งของเซอูตา
มิเกล อังเคล เปเรซ ตัวแทนรัฐบาลสเปนประจำเมืองเซอูตา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า นอกจากผู้เสียชีวิต 72 คนแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาจากหน่วยบริการทางการแพทย์มากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่วันพฤหัสบดี นอกจากนี้แหล่งข่าวระบุว่า ผู้อพยพบางรายเสียชีวิตจากการจมน้ำ ส่วนบางรายถูกกดทับและเบียดอัดจนเสียชีวิตระหว่างพยายามปีนเขื่อนกันคลื่นและรั้วกั้นชายแดน โดยส่วนใหญ่ตัดสินใจอพยพเนื่องจากปัญหาความยากจนทางเศรษฐกิจ และได้รับแรงกระตุ้นจากข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ รายงานจากทางการสเปน ระบุว่า มีผู้คน เดินทางข้ามแดนเข้าสู่เซอูตาทั้งทางบกและทางทะเลตั้งแต่วันพฤหัสบดี ประมาณ 50,000 คน นับเป็นเหตุการณ์ฝูงชนแห่อพยพทะลักเข้าเมืองครั้งใหญ่ที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ที่ชายแดนทางบกเพียงไม่กี่แห่งของสหภาพยุโรปที่ติดต่อกับทวีปแอฟริกา โดยสเปนเปิดเผยว่าผู้อพยพมากกว่า 48,000 คน ได้เดินทางกลับไปยังโมร็อกโกแล้วภายใน 48 ชั่วโมง โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
