
รัฐบาลออสเตรียแปลงโฉมบ้านเกิดของ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ให้กลายเป็นสถานีตำรวจแห่งใหม่ ในเมือง “เบราเนา อัม อินน์” เมืองใกล้ชายแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี
บ้านหลังนี้เป็นมาอย่างไร ?
บ้านหลังนี้คือบ้านเลขที่ 15 ถนนซัลซ์บูร์เกอร์ ฟอร์ชตัดท์ สถานที่ซึ่งฮิตเลอร์ได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ ฮิตเลอร์เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายออกจากเมืองนี้ไปอย่างถาวรเมื่อเขาอายุได้ 3 ขวบ แต่ฮิตเลอร์ก็ได้กลับมาเยือนเมืองเบราเนาอีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ในปี 1938 ระหว่างเดินทางไปกรุงเวียนนา หลังจากที่เขาได้ผนวกออสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีภายใต้การปกครองของกองทัพนาซีโดยที่มีตัวเขาเองเป็นผู้บัญชาการ
เมื่อเวลาผ่านไปจนฮิตเลอร์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว บ้านของเขาเพิ่งได้รับการปรุงครั้งใหญ่และเปลี่ยนโฉมด้านหน้าใหม่จนกลายเป็นสถานีตำรวจ ซึ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม) เพิ่งมีพิธีเปิดสถานีตำรวจแห่งนี้อย่างเป็นทางการ โดยมี แกร์ฮาร์ด คาร์เนอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรีย และบุคคลสำคัญได้มาร่วมงานด้วย
รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรีย กล่าวว่า ออสเตรียกำลังแสดงความรับผิดชอบต่อมรดกอันเลวร้าย จากอดีตที่ผ่านมา รัฐมนตรีมหาดไทยของออสเตรียยังยอมรับว่า การตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรกับอาคารแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชื่อว่าการเปิดให้อดีตบ้านของฮิตเลอร์เป็นสถานีตำรวจ เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ที่สำคัญ เพราะสถานีตำรวจถือเป็นบทใหม่ของอาคารหลังนี้ อีกทั้งบ้านหลังนี้จะกลายเป็นสถานที่แห่งประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ความมั่นคง เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
แต่บ้านหลังนี้ยังคงเป็นปัญหาหนักใจสำหรับรัฐบาลออสเตรีย เพราะเกรงว่าการที่เปลี่ยนบ้านของฮิตเลอร์ให้กลายเป็นสถานีตำรวจจะตกเป็นเป้าของนักเดินทางผู้ที่เชื่อในลักทธิ นีโอนาซี ให้เข้ามาแสวงบุญ
สรุปข่าว
รัฐบาลออสเตรียแปลงโฉมบ้านเกิดของ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ให้กลายเป็นสถานีตำรวจแห่งใหม่ ในเมือง “เบราเนา อัม อินน์” เมืองใกล้ชายแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี
บ้านหลังนี้เป็นมาอย่างไร ?
บ้านหลังนี้คือบ้านเลขที่ 15 ถนนซัลซ์บูร์เกอร์ ฟอร์ชตัดท์ สถานที่ซึ่งฮิตเลอร์ได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ ฮิตเลอร์เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายออกจากเมืองนี้ไปอย่างถาวรเมื่อเขาอายุได้ 3 ขวบ แต่ฮิตเลอร์ก็ได้กลับมาเยือนเมืองเบราเนาอีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ในปี 1938 ระหว่างเดินทางไปกรุงเวียนนา หลังจากที่เขาได้ผนวกออสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีภายใต้การปกครองของกองทัพนาซีโดยที่มีตัวเขาเองเป็นผู้บัญชาการ
เมื่อเวลาผ่านไปจนฮิตเลอร์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว บ้านของเขาเพิ่งได้รับการปรุงครั้งใหญ่และเปลี่ยนโฉมด้านหน้าใหม่จนกลายเป็นสถานีตำรวจ ซึ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม) เพิ่งมีพิธีเปิดสถานีตำรวจแห่งนี้อย่างเป็นทางการ โดยมี แกร์ฮาร์ด คาร์เนอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรีย และบุคคลสำคัญได้มาร่วมงานด้วย
รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรีย กล่าวว่า ออสเตรียกำลังแสดงความรับผิดชอบต่อมรดกอันเลวร้าย จากอดีตที่ผ่านมา รัฐมนตรีมหาดไทยของออสเตรียยังยอมรับว่า การตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรกับอาคารแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชื่อว่าการเปิดให้อดีตบ้านของฮิตเลอร์เป็นสถานีตำรวจ เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ที่สำคัญ เพราะสถานีตำรวจถือเป็นบทใหม่ของอาคารหลังนี้ อีกทั้งบ้านหลังนี้จะกลายเป็นสถานที่แห่งประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ความมั่นคง เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
แต่บ้านหลังนี้ยังคงเป็นปัญหาหนักใจสำหรับรัฐบาลออสเตรีย เพราะเกรงว่าการที่เปลี่ยนบ้านของฮิตเลอร์ให้กลายเป็นสถานีตำรวจจะตกเป็นเป้าของนักเดินทางผู้ที่เชื่อในลักทธิ นีโอนาซี ให้เข้ามาแสวงบุญ
กว่าจะเป็นสถานีตำรวจ
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่กระทรวงมหาดไทยออสเตรียเช่าอาคารแห่งนี้จากเจ้าของเดิม ซึ่งเป็นหญิงท้องถิ่นที่มีชื่อว่า “เกอร์ลินเดอ พอมเมอร์” แต่รัฐบาลออสเตรียต่องจ่ายค่าเช่าในอัตราสูงเพื่อพยายามป้องกันไม่ให้บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของกลุ่มขวาจัด
ก่อนหน้านี้หญิงซึ่งเป็นเจ้าของเดิมขัดขวางการปรับปรุงอาคาร โดยเธอปฏิเสธหลายครั้งที่จะขายทรัพย์สินให้รัฐบาลออสเตรีย บ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยทิ้งว่างเป็นเวลาหลายปี ขณะที่ทางการออสเตรียและหญิงเจ้าของบ้านยังคงมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ
จนในปี 2016 รัฐสภาออสเตรียผ่านกฎหมายเปิดทางให้รัฐบาลยึดอาคารแห่งนี้จากเจ้าของเดิม โดยจ่ายค่าชดเชยให้เธอ 812,000 ยูโร หรือประมาณ 31 ล้านบาท แต่เจ้าของเดิมดูเหมือนจะยังไม่พอใจเธอยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรียโดยอ้างว่าค่าชดเชยดังกล่าวต่ำเกินไปแต่เธอก็แพ้คดีในที่สุด
ทำให้รัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้น เสนอให้รื้อถอนอาคารและสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาแทน แต่ความวุ่นวายยังไม่จบเพราะเคยมีกรณีที่ชาวรัสเซียคนหนึ่งบอกว่าเขาต้องการซื้อบ้านหลังนี้แล้วต้องการจะระเบิดมันทิ้งซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าการทำลายอาคารจะเท่ากับการปฏิเสธอดีตของออสเตรียที่เกี่ยวข้องกับยุคของกองทัพนาซี
และแล้วในปี 2019 รัฐบาลออสเตรียจึงประกาศแผนเปลี่ยนอาคารแห่งนี้ให้เป็นสถานีตำรวจ และเปิดการประกวดแบบสถาปัตยกรรมในระดับสหภาพยุโรปด้วย
ผ่านเวลามาจนถึงปัจจุบัน มีอะไรที่หลงเหลือว่านี่คือบ้านพักของฮิตเลอร์บ้าง ?
ปัจจุบันไม่มีป้ายใดบนตัวอาคารที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้และอาคารยังติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกภาพของผู้ที่อาจเดินทางมาในฐานะกลุ่มนีโอนาซีด้วย แต่สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงสถานที่แห่งนี้เข้ากับฮิตเลอร์คือ “ก้อนหิน” ที่ตั้งอยู่บนถนนด้านนอกซึ่งถูกนำมาตั้งไว้ในปี 1989 แต่นั่นไม่ใช่ก้องหินธรรมดา เพราะบนก้อนหินมีข้อความว่า
“ไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ฟาสซิสต์ต้องไม่หวนกลับมา เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตหลายล้านคน”
มีการเปิดเผยว่าก้อนหินดังกล่าวถูกนำมาจากอดีตค่ายกักกัน เมาเทาเซน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อฮิตเลอร์บนก้อนหิน แต่นักประวัติศาสตร์ เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้จะไม่มีวันหายไป แม้จำนวนกลุ่มนีโอนาซีที่เดินทางมาเยือนอาจลดลงก็ตาม
อีกหนึ่งคำถามที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกัน คือ บ้านหลังนี้แม้ปัจจุบันจะกลายเป็นสถานีตำรวจไปแล้ว แต่เราควรจะลืม หรือ ไม่ควรลืม อดีตของมันที่เกี่ยวข้องกับนาซี
หนึ่งในกลุ่มผู้คัดค้านโครงการนี้ คือคณะกรรมการเมาเทาเซน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีที่อาศัยในออสเตรีย กลุ่มดังกล่าวเห็นว่า การเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจไม่เหมาะสมและควรดำเนินการมากกว่านี้เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงอาชญากรรมที่ฮิตเลอร์ก่อขึ้น
ตัวแทนกลุ่มมองว่า การปรับปรุงให้บ้านฮิตเลอร์เป็นสถานีตำรวจ เหมือนกับการกำลังบอกให้ทุกคนลืมฮิตเลอร์และนาซีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวแทนกลุ่มกล่าวด้วยว่า โลกจะไม่มีวันลืมว่าสถานที่เกิดของผู้ที่ฆ่าล้างเผ้าพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวเมืองบางส่วนถึงยังตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นสถานีตำรวจในปัจจุบัน จนชาวบ้านบางคนเรียกบ้านหลังนี้ว่า “บ้านแห่งความชั่วร้าย”
