
กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (6 กรกฎาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยโดรนและขีปนาวุธก่อนหน้าการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ครั้งสำคัญที่จะจัดขึ้นในตุรกีโดยมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางเข้าร่วม มีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วใจกลางกรุงเคียฟ ขณะที่การโจมตีซึ่งประกอบด้วยขีปนาวุธพิสัยโดรน และขีปนาวุธร่อน ยังคงดำเนินต่อไป
ด้านวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่านเทเลแกรม ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 2 เขตของเมืองเกิดเพลิงไหม้หรือได้รับความเสียหายจากเศษซากที่ตกลงมา คลิตช์โกระบุเพิ่มเติมว่า ยังมีประชาชนติดอยู่ภายในอาคารที่พักอาศัยหลายชั้นในเขตโพดิลสกีซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี และก่อนเกิดแรงระเบิดไม่นาน ได้มีการเปิดสัญญาณเตือนภัยทางอากาศทั่วทั้งกรุงเคียฟ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาเตือนเมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม) ถึงข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ระลอกใหม่ ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัสเซียเพิ่งเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน นับเป็นการโจมตีกรุงเคียฟที่รุนแรงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดนาโตที่มีกำหนดเริ่มขึ้นที่กรุงอังการา โดยกองทัพรัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการยึดครองพื้นที่เพิ่มเติมในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเครมลิน ขณะที่เมืองต่าง ๆ ของยูเครนยังคงเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเครนก็ได้เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย เช่น โรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ และโรงงานอุตสาหกรรมทางทหาร
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าเมื่อวานนี้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐฯ เป็นเวลานานเกือบ 90 นาที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสนอความช่วยเหลืออีกครั้งเพื่อหาทางยุติสงครามในยูเครน
สรุปข่าว
กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (6 กรกฎาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยโดรนและขีปนาวุธก่อนหน้าการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ครั้งสำคัญที่จะจัดขึ้นในตุรกีโดยมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางเข้าร่วม มีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วใจกลางกรุงเคียฟ ขณะที่การโจมตีซึ่งประกอบด้วยขีปนาวุธพิสัยโดรน และขีปนาวุธร่อน ยังคงดำเนินต่อไป
ด้านวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่านเทเลแกรม ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 2 เขตของเมืองเกิดเพลิงไหม้หรือได้รับความเสียหายจากเศษซากที่ตกลงมา คลิตช์โกระบุเพิ่มเติมว่า ยังมีประชาชนติดอยู่ภายในอาคารที่พักอาศัยหลายชั้นในเขตโพดิลสกีซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี และก่อนเกิดแรงระเบิดไม่นาน ได้มีการเปิดสัญญาณเตือนภัยทางอากาศทั่วทั้งกรุงเคียฟ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาเตือนเมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม) ถึงข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ระลอกใหม่ ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัสเซียเพิ่งเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน นับเป็นการโจมตีกรุงเคียฟที่รุนแรงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดนาโตที่มีกำหนดเริ่มขึ้นที่กรุงอังการา โดยกองทัพรัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการยึดครองพื้นที่เพิ่มเติมในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเครมลิน ขณะที่เมืองต่าง ๆ ของยูเครนยังคงเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเครนก็ได้เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย เช่น โรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ และโรงงานอุตสาหกรรมทางทหาร
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าเมื่อวานนี้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐฯ เป็นเวลานานเกือบ 90 นาที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสนอความช่วยเหลืออีกครั้งเพื่อหาทางยุติสงครามในยูเครน
- “ปูติน-ทรัมป์” คุยโทรศัพท์ ยินดีวันชาติสหรัฐฯ หารือปัญหายูเครน
- กองกำลังรัสเซียเข้ายึด เมืองโคสเตียนตินิฟกา เมืองป้อมปราการสำคัญ ทางตะวันออกของยูเครน
- รัสเซีย-ยูเครน โจมตีหนักพบผู้เสียชีวิตจาก 2 ฝ่าย เน้นใช้โดรนและปืนใหญ่
- รัสเซียชี้อาวุธนิวเคลียร์คือหลักประกันเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ไม่เกิดสงครามโลก
- จับตา "อิหร่าน–โอมาน" จ่อเก็บ ค่าผ่านทางฮอร์มุซ
