
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 มิถุนายน) ว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและกองกำลังของยูเครนได้เริ่มกระบวนการที่จะส่ง “สงครามกลับไปยังรัสเซีย” พร้อมกล่าวว่ากองกำลังรัสเซียที่กำลังโจมตียูเครนทุกวัน จะถูกตอบโต้กลับด้วยสงครามอย่างการโจมตีกลับไปยังรัสเซียเช่นกัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการส่งสัญญาณจากฝั่งยูเครนที่ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางการโจมตีในสงครามนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ได้มีการหารือกันโดยผู้นำกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เซเลนสกียังยืนยันว่าในขณะนี้ยูเครนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นของการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างมีศักยภาพ โดยเขากล่าวว่า ในปีนี้ ยูเครนได้เริ่มโจมตีรัสเซียอย่างหนักด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ฐานการผลิต และกองกำลังป้องกันประเทศ เพื่อขยายขีดความสามารถในระยะไกล
เซเลนสกีได้ยกตัวอย่างการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ต่อโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในแคว้นตูย์เมนด้วยโดรนรุ่นใหม่อย่าง “Fire Point” จำนวน 2 ลำ ที่มีความสามารถบินตรงมายังจุดโจมตี นับเป็นระยะทางรวม 2,070 กิโลเมตร ผู้นำยูเครนกล่าวด้วยว่าโดรนรุ่นใหม่นี้ยังถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งในอนาคตยูเครนมีแผนพัฒนาโดรนที่สามารถเพิ่มระยะการโจมตีให้สามารถบินได้ไกลกว่า 3,000 กิโลเมตร และในการประชุม G7 ที่ผ่านมา เซเลนสกีเผยเป็นครั้งแรกว่าบรรดาผู้นำ G7 ได้รับทราบถึงปฏิบัติการของยูเครนในกรุงมอสโกพร้อมให้การสนับสนุนการตอบโต้ของยูเครนหลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียในกรุงเคียฟและสนับสนุนการกลับไปใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมากขึ้นต่อรัสเซีย
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 มิถุนายน) ว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและกองกำลังของยูเครนได้เริ่มกระบวนการที่จะส่ง “สงครามกลับไปยังรัสเซีย” พร้อมกล่าวว่ากองกำลังรัสเซียที่กำลังโจมตียูเครนทุกวัน จะถูกตอบโต้กลับด้วยสงครามอย่างการโจมตีกลับไปยังรัสเซียเช่นกัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการส่งสัญญาณจากฝั่งยูเครนที่ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางการโจมตีในสงครามนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ได้มีการหารือกันโดยผู้นำกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เซเลนสกียังยืนยันว่าในขณะนี้ยูเครนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นของการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างมีศักยภาพ โดยเขากล่าวว่า ในปีนี้ ยูเครนได้เริ่มโจมตีรัสเซียอย่างหนักด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ฐานการผลิต และกองกำลังป้องกันประเทศ เพื่อขยายขีดความสามารถในระยะไกล
เซเลนสกีได้ยกตัวอย่างการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ต่อโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในแคว้นตูย์เมนด้วยโดรนรุ่นใหม่อย่าง “Fire Point” จำนวน 2 ลำ ที่มีความสามารถบินตรงมายังจุดโจมตี นับเป็นระยะทางรวม 2,070 กิโลเมตร ผู้นำยูเครนกล่าวด้วยว่าโดรนรุ่นใหม่นี้ยังถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งในอนาคตยูเครนมีแผนพัฒนาโดรนที่สามารถเพิ่มระยะการโจมตีให้สามารถบินได้ไกลกว่า 3,000 กิโลเมตร และในการประชุม G7 ที่ผ่านมา เซเลนสกีเผยเป็นครั้งแรกว่าบรรดาผู้นำ G7 ได้รับทราบถึงปฏิบัติการของยูเครนในกรุงมอสโกพร้อมให้การสนับสนุนการตอบโต้ของยูเครนหลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียในกรุงเคียฟและสนับสนุนการกลับไปใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมากขึ้นต่อรัสเซีย
- โลกจับตาน้ำมัน! "อิหร่าน" ปิดฮอร์มุซ ดีลสันติภาพส่อสะดุด
- "เซเลนสกี" คืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้โปแลนด์ ปิดฉากข้อพิพาทประวัติศาสตร์
- เซเลนสกีให้เวลาเบลารุส 1 สัปดาห์ถอนอาวุธรัสเซีย ขู่หากไม่ทำยูเครนจะทำเอง
- ชาติพันธมิตรนาโตประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ยูเครนส่งโดรนโจมตีมุ่งเป้ากรุงมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี ฝั่งรัสเซียโต้กลับ
ที่มาข้อมูล : The Guardian
ที่มารูปภาพ : Reuters
