เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐฯ ตก ลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐฯ ตก ลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย

เกิดเหตุเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐฯ ตก หลังขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ได้ไม่นาน ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 8 คนบนเครื่องบินเสียชีวิต


เจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 สตราโตฟอร์เทรส ได้ทำภารกิจทดสอบประจำวัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเรดาร์ให้ทันสมัย และขึ้นบินเวลา 11.20 น. ของวันที่ 15 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่น จากฐานทัพอากาศอันห่างไกล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครลอส แอนเจอลิส ก่อนจะประสบเหตุตกลงพื้น เกิดเป็นกลุ่มไฟลุกไหม้และควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

สรุปข่าว

เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐฯ ประสบเหตุตกหลังขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์เพื่อปฏิบัติภารกิจทดสอบ ส่งผลให้ลูกเรือบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าพื้นที่ทันที และกำลังแจ้งครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ คาดว่าการสอบสวนจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการได้

เกิดเหตุเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐฯ ตก หลังขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ได้ไม่นาน ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 8 คนบนเครื่องบินเสียชีวิต


เจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 สตราโตฟอร์เทรส ได้ทำภารกิจทดสอบประจำวัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเรดาร์ให้ทันสมัย และขึ้นบินเวลา 11.20 น. ของวันที่ 15 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่น จากฐานทัพอากาศอันห่างไกล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครลอส แอนเจอลิส ก่อนจะประสบเหตุตกลงพื้น เกิดเป็นกลุ่มไฟลุกไหม้และควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ด้านฐานทัพระบุว่า หน่วยกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือเหตุการณ์เครื่องบินทิ้งระเบิดตกในทันที และทางทีมกำลังเร่งแจ้งข่าวการเสียชีวิตให้ครอบครัวทราบทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยลูกเรือที่เสียชีวิตประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่เอกชนที่รับงานจากรัฐบาล


ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ถูกใช้เป็นสถานที่ทดสอบมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่สำหรับเครื่องบินของกองทัพอากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอากาศยานอื่น ๆ เช่น เฮลิคอปเตอร์ โดรน และกระสวยอวกาศ เนื่องจากมีรันเวย์ที่ยาว นอกจากนี้ที่ฐานทัพอากาศแห่งนี้ ก็มีนักบินทดสอบและวิศวกรที่ดีที่สุดด้วย

โดยปกติแล้ว การทดสอบการบินจะดำเนินการโดยนักบินและลูกเรือที่มีประสบการณ์มากที่สุด และอาจมีวิศวกรพลเรือนหรือบุคลากรจากผู้ผลิตเข้าร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับว่าทดสอบอะไร นอกจากนี้ ฐานทัพแห่งนี้ยังมีทีมรับมือเหตุฉุกเฉินที่มีความพร้อมมากกว่าที่ไหน ๆ


ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุ รวบรวมซากและหลักฐานที่อาจมีอยู่ ตรวจสอบบันทึกการบำรุงรักษา และตรวจสอบทุกอย่างเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ให้สาธารณชนทราบได้


ล่าสุด ฐานทัพได้เปิดทำการอีกครั้งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังงดปฏิบัติงานชั่วคราวจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : Reuters