
ผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และมีกำหนดจัดพิธีลงนามร่วมกันในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นายกรัฐมนตรีซานนาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมแสดงความหวังว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัยและเสรีอย่างแท้จริง และจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่น ๆ ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ฟริดริซ แมร์ทซ์ ของเยอรมนี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้นำของอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมองว่าข้อตกลงนี้อาจนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงกว้าง พร้อมระบุว่า “สิ่งนี้อาจปูทางไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และตะวันออกกลางที่มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำ 4 ประเทศชั้นนำในยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าพร้อมพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน หากเตหะรานดำเนิน “มาตรการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้” เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
แถลงการณ์ระบุว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมยืนยันว่าประเทศยุโรปทั้งสี่ยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อิหร่าน และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีและไร้ข้อจำกัด รวมถึงยืนยันการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของ เลบานอนอีกด้วย
ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ วินสตัน ปีเตอร์ส กล่าวว่า เขาหวังว่าจะเห็นการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่า “เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสานต่อแรงส่งเชิงบวกนี้ แม้ว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง แต่ถือเป็นก้าวที่สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ”
เช่นเดียวกันทางฝั่ง ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แสดงความยินดีต่อข้อตกลงที่ประกาศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในโพสต์บน X แอร์โดอันระบุว่า เขาหวังอย่างจริงใจว่าข่าวที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมานานนี้ จะปูทางไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค
เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงวาทกรรม การยั่วยุ และการกระทำที่อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงก่อนการลงนามข้อตกลง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังความพยายามบ่อนทำลายที่อาจเกิดขึ้น และย้ำว่าตุรกีพร้อมสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพต่อไป
สรุปข่าว
ผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และมีกำหนดจัดพิธีลงนามร่วมกันในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นายกรัฐมนตรีซานนาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมแสดงความหวังว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัยและเสรีอย่างแท้จริง และจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่น ๆ ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ฟริดริซ แมร์ทซ์ ของเยอรมนี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้นำของอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมองว่าข้อตกลงนี้อาจนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงกว้าง พร้อมระบุว่า “สิ่งนี้อาจปูทางไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และตะวันออกกลางที่มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำ 4 ประเทศชั้นนำในยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าพร้อมพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน หากเตหะรานดำเนิน “มาตรการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้” เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
แถลงการณ์ระบุว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมยืนยันว่าประเทศยุโรปทั้งสี่ยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อิหร่าน และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีและไร้ข้อจำกัด รวมถึงยืนยันการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของ เลบานอนอีกด้วย
ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ วินสตัน ปีเตอร์ส กล่าวว่า เขาหวังว่าจะเห็นการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่า “เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสานต่อแรงส่งเชิงบวกนี้ แม้ว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง แต่ถือเป็นก้าวที่สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ”
เช่นเดียวกันทางฝั่ง ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แสดงความยินดีต่อข้อตกลงที่ประกาศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในโพสต์บน X แอร์โดอันระบุว่า เขาหวังอย่างจริงใจว่าข่าวที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมานานนี้ จะปูทางไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค
เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงวาทกรรม การยั่วยุ และการกระทำที่อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงก่อนการลงนามข้อตกลง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังความพยายามบ่อนทำลายที่อาจเกิดขึ้น และย้ำว่าตุรกีพร้อมสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพต่อไป
- สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที
- ตะลึง พบศพในรถ ใกล้ที่เก็บตัวทีมชาติอิหร่าน หวั่นเหตุรุนแรงช่วงบอลโลก
- สหรัฐฯ-อิหร่านเห็นพ้องเนื้อหาในข้อตกลงสันติภาพ เตรียมขยายหยุดยิงอีก 60 วัน
- ทรัมป์ประกาศสงครามอิหร่านจบแล้ว อิหร่านกำลังพิจารณาข้อตกลง แต่ยังไม่ลงนาม
- ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่สหรัฐฯ ตก ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
