ผู้นำโลกยินดีสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ คลายวิกฤตที่ยืดเยื้อนาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้นำโลกยินดีสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ คลายวิกฤตที่ยืดเยื้อนาน

ผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และมีกำหนดจัดพิธีลงนามร่วมกันในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นายกรัฐมนตรีซานนาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมแสดงความหวังว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัยและเสรีอย่างแท้จริง และจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่น ๆ ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ฟริดริซ แมร์ทซ์ ของเยอรมนี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้นำของอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมองว่าข้อตกลงนี้อาจนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงกว้าง พร้อมระบุว่า “สิ่งนี้อาจปูทางไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และตะวันออกกลางที่มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำ 4 ประเทศชั้นนำในยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าพร้อมพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน หากเตหะรานดำเนิน “มาตรการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้” เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์

แถลงการณ์ระบุว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมยืนยันว่าประเทศยุโรปทั้งสี่ยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อิหร่าน และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีและไร้ข้อจำกัด รวมถึงยืนยันการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของ เลบานอนอีกด้วย

ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ วินสตัน ปีเตอร์ส กล่าวว่า เขาหวังว่าจะเห็นการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่า “เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสานต่อแรงส่งเชิงบวกนี้ แม้ว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง แต่ถือเป็นก้าวที่สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ”

เช่นเดียวกันทางฝั่ง ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แสดงความยินดีต่อข้อตกลงที่ประกาศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในโพสต์บน X แอร์โดอันระบุว่า เขาหวังอย่างจริงใจว่าข่าวที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมานานนี้ จะปูทางไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค

เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงวาทกรรม การยั่วยุ และการกระทำที่อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงก่อนการลงนามข้อตกลง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังความพยายามบ่อนทำลายที่อาจเกิดขึ้น และย้ำว่าตุรกีพร้อมสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพต่อไป

สรุปข่าว

ผู้นำโลกต่างออกมาแสดงความยินดีหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพสำเร็จ นำไปสู่การยุติสงครามที่ยือเยื้อหลายเดือน

ผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และมีกำหนดจัดพิธีลงนามร่วมกันในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นายกรัฐมนตรีซานนาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมแสดงความหวังว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะมีความปลอดภัยและเสรีอย่างแท้จริง และจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่น ๆ ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ฟริดริซ แมร์ทซ์ ของเยอรมนี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้นำของอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมองว่าข้อตกลงนี้อาจนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงกว้าง พร้อมระบุว่า “สิ่งนี้อาจปูทางไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และตะวันออกกลางที่มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำ 4 ประเทศชั้นนำในยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าพร้อมพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน หากเตหะรานดำเนิน “มาตรการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้” เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์

แถลงการณ์ระบุว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” พร้อมยืนยันว่าประเทศยุโรปทั้งสี่ยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อิหร่าน และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีและไร้ข้อจำกัด รวมถึงยืนยันการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของ เลบานอนอีกด้วย

ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ วินสตัน ปีเตอร์ส กล่าวว่า เขาหวังว่าจะเห็นการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่า “เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสานต่อแรงส่งเชิงบวกนี้ แม้ว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง แต่ถือเป็นก้าวที่สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ”

เช่นเดียวกันทางฝั่ง ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แสดงความยินดีต่อข้อตกลงที่ประกาศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในโพสต์บน X แอร์โดอันระบุว่า เขาหวังอย่างจริงใจว่าข่าวที่ทั่วโลกเฝ้ารอคอยมานานนี้ จะปูทางไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค

เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงวาทกรรม การยั่วยุ และการกระทำที่อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงก่อนการลงนามข้อตกลง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังความพยายามบ่อนทำลายที่อาจเกิดขึ้น และย้ำว่าตุรกีพร้อมสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพต่อไป

ที่มาข้อมูล : Aljazeera

ที่มารูปภาพ : AFP