“กองทุนทรัมป์ 1,800 ล้านดอลลาร์” ช่วยเหยื่อรัฐ คืออะไร? ทำไมถูกครหาว่า 'เอื้อพวกพ้อง'

Share on Line Share on Facebook Share on X
“กองทุนทรัมป์ 1,800 ล้านดอลลาร์” ช่วยเหยื่อรัฐ คืออะไร? ทำไมถูกครหาว่า 'เอื้อพวกพ้อง'

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณต่อแกนนำพรรครีพลับลิกันวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า อาจยุติแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท โดยกองทุนนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” (Anti-Weaponization Fund) หลังเผชิญแรงต่อต้านอย่างหนักแม้แต่สมาชิกพรรครีพลับลิกันของทรัมป์เองก็ไม่เห็นด้วย 

สำนักข่าว CNN รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลได้แจ้งต่อผู้นำรีพลับลิกันในรัฐสภาว่า มีแผนจะถอยจากโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจนี้เป็นการยกเลิกถาวรหรือแค่ชะลอโครงการออกไปก่อน

ขณะที่แหล่งข่าวอีกฝ่ายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าว แต่ต้องการแค่เพียงระงับความพยายามักดันกองทุนชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐบาลกลางที่สั่งระงับกองทุนดังกล่าวอย่างน้อยจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ ABC NEWS ว่า ขณะนี้รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยเขากล่าวว่า “ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น ถ้าศาลไม่อนุญาต และตอนนี้ศาลสั่งระงับไว้ แล้วจะทำอะไรได้ละ” 

รายงานระบุว่า ทรัมป์เพิ่งหารือเป็นเวลานานกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมค์ จอห์นสัน โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือกองทุนดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยกภายในพรรครีพลับลิกัน จนส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญอื่นของรัฐบาล 

ทั้งนี้ CNN รายงานว่า ผู้นำพรรครีพลับลิกันเสียงข้างมากในุฒิสภา จอห์น ธูน กำลังประสบปัญหาในการผลักดันงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และสมาชิกหลายคนมองว่า การยุติกองทุนนี้อาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดินหน้ากฎหมายฉบับอื่น 

สรุปข่าว

ในช่วงที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งศาลและฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งในประเด็นที่สร้างความปั่นป่วนภายในพรรครีพลับลิกันเอง คือ กองทุนอื้อฉาวอย่าง “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” หรือ Anti-Weaponization Fund มูลค่ากว่า 1,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 65,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมถูกนำเสนอว่าเป็นกลไกเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม แต่แทนที่จะได้รับเสียงสนับสนุน กองทุนดังกล่าวกลับเผชิญคำวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งฝ่ายการเมือง ศาล และแม้แต่สมาชิกพรรครีพลับลิกันจำนวนหนึ่งที่มองว่า อาจเปิดช่องให้มีการนำ “เงินภาษีประชาชน” ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเอื้อกลุ่มพวกพ้องมากกว่าการเยียวยาตามหลักฎหมาย ล่าสุด รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณถอยจากโครงการนี้แล้ว หลังคำสั่งศาลยังคงระงับการดำเนินการไว้ คำถามคือ กองทุน 1,800 ล้านดอลลาร์นี้คืออะไร มีที่มาอย่างไร เหตุใดจึงถูกครหาว่าเป็น “กองทุนเอื้อพวกพ้อง”?

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณต่อแกนนำพรรครีพลับลิกันวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า อาจยุติแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท โดยกองทุนนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” (Anti-Weaponization Fund) หลังเผชิญแรงต่อต้านอย่างหนักแม้แต่สมาชิกพรรครีพลับลิกันของทรัมป์เองก็ไม่เห็นด้วย 

สำนักข่าว CNN รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลได้แจ้งต่อผู้นำรีพลับลิกันในรัฐสภาว่า มีแผนจะถอยจากโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจนี้เป็นการยกเลิกถาวรหรือแค่ชะลอโครงการออกไปก่อน

ขณะที่แหล่งข่าวอีกฝ่ายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าว แต่ต้องการแค่เพียงระงับความพยายามักดันกองทุนชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐบาลกลางที่สั่งระงับกองทุนดังกล่าวอย่างน้อยจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ ABC NEWS ว่า ขณะนี้รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยเขากล่าวว่า “ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น ถ้าศาลไม่อนุญาต และตอนนี้ศาลสั่งระงับไว้ แล้วจะทำอะไรได้ละ” 

รายงานระบุว่า ทรัมป์เพิ่งหารือเป็นเวลานานกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมค์ จอห์นสัน โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือกองทุนดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยกภายในพรรครีพลับลิกัน จนส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญอื่นของรัฐบาล 

ทั้งนี้ CNN รายงานว่า ผู้นำพรรครีพลับลิกันเสียงข้างมากในุฒิสภา จอห์น ธูน กำลังประสบปัญหาในการผลักดันงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และสมาชิกหลายคนมองว่า การยุติกองทุนนี้อาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดินหน้ากฎหมายฉบับอื่น 

จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ถึงกับเรียกร้องให้รัฐบาล “ยกเลิกมันเสียเอง” ขณะที่วุฒิสมาชิก ริก สก็อตต์ จากรัฐฟลอริดา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแจ้งกับเขาโดยตรงว่ากองทุนดังกล่าวจะถูก “ยกเลิก”

อย่างไรก็ตาม สมาชิกรีพับลิกันจำนวนหนึ่งยังไม่เชื่อมั่น และต้องการคำยืนยันอย่างเป็นทางการ จอห์น เคนเนดี วุฒิสมาชิกจากรัฐลุยเซียนา กล่าวว่า

“ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนจุดยืนจริง ก็ควรพูดให้ชัดเจนไปเลย การบอกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะแน่นอนว่าคุณต้องทำอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้กำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะขยายเวลาการระงับกองทุนนี้อต่อไปอีกหรือไม่ โดยจนกว่าจะถึงวันดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจะถูกห้ามจัดสรรเงิน พิจารณาคำร้อง  หรือจ่ายเงินใดๆ ภายใต้กองทุนนี้

 “กองทุน 1.8 พันล้านเหรียญ” คืออะไร? 

กองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์นี้มีต้นกำเนิดจากการยุติคดีความที่ทรัมป์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) จากกรณีข้อมูลภาษีของเขาถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงปี 2018-2020 หนังสือพิมพ์ The New York Times นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่รายงานในปี 2020 ว่า ทรัมป์ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีจ่ายภาษีเงินได้รัฐบาลกลางเพียงเล็กน้อย หรือบางปีแทบไม่ต้องจ่ายภาษีเลยตลอดระยะเวลา 15 ปี

ต่อมาในปี 2023 กระทรงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ที่นำข้อมูลภาษีของทรัมป์ออกมาเปิดเผยคือ ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ลิตเติลจอห์น อดีตผู้รับจ้างของกรมสรรพากรสหรัฐฯ ซึ่งภายหลังเขารับสารภาพความผิดในข้อหาเปิดเผยข้อมูลภาษีโดยมิชอบ และถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ในปี 2024 

จนทรัมป์ได้กลับเข้าสู่สมัยที่สอง ทรัมป์ก็ได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากรสหรัฐฯ และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรียกค่าเสียหายสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ โดยทรัมป์กล่าวหาว่า หน่วยงานทั้งสองนี้ล้มเหลวในปกป้องข้อมูลภาษีส่วนบุคคลของเขา จนนำไปสู่การรั่วไหลดังกล่าว

ต่อมา สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศจัดตั้ง “กองทุนต่อต้านการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธทางการเมือง” (Anti-Weaponization Fund) ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงยุติคดีระหว่างทรัมป์กับรัฐบาล 

ทอดด์ บลันช์ รักษาการอัยการสูงสุด บุคคลที่ทรัมป์แต่งตั้งขึ้นมา ระบุว่า กลไกของรัฐบาลไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นอาวุธเล่นงานชาวอเมิรกันคนใด และกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต พร้อมป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ย้ำอีกว่ากองทุนนี้จะเป็นช่องทางทางกฎหมายให้ผู้ที่เชื่อว่าตกเป็นเหยื่อของการดำเนินคดีหรือการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ สามารถยื่นขอรับการเยียวยาได้ 

กองทุนนี้ทำงานอย่างไร?

ทั้งนี้ เงินจากกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 65,000 ล้านบาทนี้มาจาก “judgement fund” ซึ่งเป็นบัญชีงบประมาณถาวรของรัฐบาลกลางี่ใช้จ่ายชดเชยตามคำพิพากษาศาลหรือข้อตกลงยุติคดี โดยไม่จำเป็นจ้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสเป็นรายกรณี  

ทุกๆ 3 เดือน กองทุนจะต้องจัดทำรายงานส่งให้อัยการสูสุด โดยระบุรายละเอียดว่าใครได้รับเงินหรือความช่วยเหลือบ้าง ได้รับรูปแบบไหน เงินสด การลดหนี้ หรือการชดเชยในรูปแบบอื่น มีคณะกรรมการ 5 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด โดยหนึ่งในนั้นต้องได้รับการคัดเลือกผ่านการปรึกษาหารือกับผู้นำในรัฐสภา 

กองทุนในฝันของทรัมป์ ส่อแววเจอทางตัน

ทันทีที่มีการประกาศจัดตั้งกองทุน ก็เผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจากสมาชิกรีพับลิกันจำนวนมาก ซึ่งบางคนมองว่ากองทุนดังกล่าวอาจกลายเป็น “กองทุนลับ” หรือ “กองทุนพวกพ้อง” สำหรับแจกจ่ายเงินให้กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์

แม้ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมจะยืนยันว่าจะไม่แก้ไขรายละเอียดของโครงการ แต่แรงกดดันจากสมาชิกพรรครีพับลิกันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพันธมิตรทางการเมืองบางส่วนของทรัมป์ได้เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการนี้โดยสิ้นเชิง

แม้กองทุนจะผ่านการอนุมัติจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางแล้ว และไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสอีก แต่วันนี้ การเดินทางของกองทุนนี้อาจเจอกับทางตัน เมื่อฝ่ายวิจารณ์มองว่า โครงการนี้มีช่องโหว่และอาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและเอื้อพวกพ้องกันเอง 

แม้แต่พรรครีพลับลิกันเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงาม โดยจำนวนมากกังวลกันว่า กองทันนี้อาจกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ หรือบุคคลที่อ้างว่าถูกเล่นงานทางการเมือง จากรัฐบาลในอดีต เข้ามาขอรับเงินชดเชยจากภาษีประชาขน 

ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายที่คัดค้านจึงเรียกกองทุนนี้กันว่า “Slush Fund” หรือ “กองทุนลับทางการเมือง”

อีกทั้ง นอกจากคำสั่งศาลในรัฐเวอร์จิเนียแล้ว กองทุนดังกล่าวยังเผชิญปัญหาทางกฎหมายอีกด้าน เมื่อผู้พิพากษาในรัฐฟลอริดา ซึ่งดูแลคดีฟ้องร้องเดิมของทรัมป์ต่อกรมสรรพากรสหรัฐฯ ได้สั่งให้ทรัมป์และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อกล่าวหาว่า อาจมีการสมคบคิดกับทนายความของกระทรวงยุติธรรมที่เป็นตัวแทนกรมสรรพากรสหรัฐฯ  เพื่อบรรลุข้อตกลงนอกศาล ซึ่งอาจเข้าข่ายการหลอกลวงศาล

ที่มาข้อมูล : https://edition.cnn.com/2026/06/01/politics/trump-weaponization-fund-pause

ที่มารูปภาพ : AFP