
ทุลซี แกบบาร์ด หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีก 1 คนหลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์หลายคนประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ แกบบาร์ด ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสามีของเธอกำลังป่วยเป็นมะเร็งกระดูกชนิดหายาก แต่หลายสื่อคาดการณ์ว่าเหตุผลที่แท้จริงอาจมาจากการที่เธอมีจุดยืนที่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านหรือเวเนซุเอลา ซึ่งขัดกับความประสงค์ของทรัมป์
แกบบาร์ด กล่าวบน X ว่า การตัดสินใจลาออกมีสาเหตุมาจากการที่สามีของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกชนิดหายาก และเธอต้องการอยู่เคียงข้างเพื่อดูแลเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยการลาออกจะมีผลในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ขณะที่ทรัมป์ยืนยันข่าวการลาออกผ่าน Truth Social โดยกล่าวว่า น่าเสียดายที่หลังจากทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทุลซี แกบบาร์ด จะออกจากรัฐบาลแล้ว เขากล่าวเสริมว่า เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาจะคิดถึงเธอ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า แอรอน ลูคัส รองผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ จะทำหน้าที่รักษาการแทนหลังจากแกบบาร์ดพ้นตำแหน่ง
สรุปข่าว
ทุลซี แกบบาร์ด หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีก 1 คนหลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์หลายคนประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ แกบบาร์ด ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสามีของเธอกำลังป่วยเป็นมะเร็งกระดูกชนิดหายาก แต่หลายสื่อคาดการณ์ว่าเหตุผลที่แท้จริงอาจมาจากการที่เธอมีจุดยืนที่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านหรือเวเนซุเอลา ซึ่งขัดกับความประสงค์ของทรัมป์
แกบบาร์ด กล่าวบน X ว่า การตัดสินใจลาออกมีสาเหตุมาจากการที่สามีของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกชนิดหายาก และเธอต้องการอยู่เคียงข้างเพื่อดูแลเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยการลาออกจะมีผลในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ขณะที่ทรัมป์ยืนยันข่าวการลาออกผ่าน Truth Social โดยกล่าวว่า น่าเสียดายที่หลังจากทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทุลซี แกบบาร์ด จะออกจากรัฐบาลแล้ว เขากล่าวเสริมว่า เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาจะคิดถึงเธอ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า แอรอน ลูคัส รองผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ จะทำหน้าที่รักษาการแทนหลังจากแกบบาร์ดพ้นตำแหน่ง
แกบบาร์ด เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในนามพรรคเดโมแครตระหว่างปี 2013-2021 และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 และเคยถูกส่งไปร่วมปฏิบัติการในสงครามอิรัก ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวมีอิทธิพลต่อแนวคิดต่อต้านการแทรกแซงทางทหารของเธออย่างมาก หลังออกจากสภา แกบบาร์ดค่อย ๆ ห่างเหินจากพรรคเดโมแครต และหันมาสนับสนุนทรัมป์และพรรครีพับลิกัน โดยให้เหตุผลว่าทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะยุติการเข้าไปพัวพันทางทหารของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ แต่จุดยืนเดิมของแกบบาร์ดที่คัดค้านการใช้กำลังทหารต่อทั้งเวเนซุเอลาและอิหร่าน กลับขัดแย้งกับนโยบายหลายประการของรัฐบาลทรัมป์ในเวลาต่อมา
รายงานข่าวระบุว่า แกบบาร์ดถูกลดบทบาทในการตัดสินใจสำคัญบางเรื่องของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงปฏิบัติการต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ที่ถูกจับ และประเด็นสงครามกับอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นจุดตึงเครียดระหว่างเธอกับฝั่งทำเนียบขาว แม้ในช่วงแรกเธอจะไม่แสดงท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับอิหร่าน แต่เธอมีความพยายามที่จะปรับจุดยืนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ แม้ว่าจะแตกต่างจากแนวคิดต่อต้านการแทรกแซงทางทหารที่เธอเคยยึดถือมาก่อนก็ตาม
ทั้งนี้ แม้แกบบาร์ดจะระบุว่าสาเหตุหลักของการลาออกคือปัญหาสุขภาพของสามี แต่สื่อหลายสำนักรายงานด้วยว่าความขัดแย้งภายในรัฐบาล รวมถึงความไม่ลงรอยด้านนโยบายต่างประเทศอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งนี้
- สหรัฐฯ เสียขีปนาวุธ-โดรนรวมมูลค่ากว่าแสนล้านบาทไปกับการโจมตีอิหร่าน
- เปิดดีลไม่ลับ “ทรัมป์-สีจิ้นผิง” ประชุมสุดยอดปักกิ่ง เยือนจีนรอบ 9 ปี เบื้องหลังจากจับมือ แลกมาด้วยสินค้า ที่โลกยังต้องจับตา?
- สหรัฐฯ ตั้งข้อหา อดีตประธานาธิบดีคิวบา “สมรู้ร่วมคิดฆาตกรรมชาวอเมริกัน”
- ทรัมป์เตือนอาจกลับมาโจมตีหากอิหร่านเจรจาไม่คืบ ปธน.อิหร่านระบุ การทูตยังมีอยู่
- จีนผงาดเป็น "ศูนย์กลางการทูต" หลังทรัมป์-ปูตินเยือนติดกัน
