หุ้นแบงก์ลุ้นกำไรฟื้น Q4/69 รับรายได้ค่าธรรมเนียมโต ชูปันผลสูงเฉลี่ย 5.7% ปี 70

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นแบงก์ลุ้นกำไรฟื้น Q4/69 รับรายได้ค่าธรรมเนียมโต ชูปันผลสูงเฉลี่ย 5.7% ปี 70

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึง กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 ปรับลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน ฉุดกำไรใน 9 เดือนปี 2569 ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 


สำหรับ แนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดกำไรรวมจะกลับมาขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากเครื่องมือการเงินดีขึ้นจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ดี กำไรจะปรับลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล


ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิรวมในปี 2569 ลดลงราว 1.5% จากปีก่อน กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงผลจาก NIM ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกำไรจากพอร์ลงทุนลดลง 


ขณะที่ ในปี 2570 คาดกำไรสุทธิรวมจะปรับเพิ่มขึ้นราว 3% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวล้อกับการขยายตัวของสินเชื่อ และ NIM ที่มีเสถียรภาพดีขึ้น รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง ส่วน ROE คาดจะปรับลดลงในปี 2569 และทรงตัวที่ระดับ 9% ในปี 2570


อย่างไรก็ตาม งบดุลแข็งแกร่งจากทั้งฐานเงินกองทุนสูงและคุณภาพสินเชื่อที่ดี ธนาคารสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารน่าดึงดูดที่ราว 5.7% ในปี 2570


สรุปข่าว

บล.พาย มองกำไรกลุ่มแแบงก์ปี 25670 เพิ่มขึ้นราว 3% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวล้อกับการขยายตัวของสินเชื่อ และ NIM ที่มีเสถียรภาพดีขึ้น รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึง กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 ปรับลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน ฉุดกำไรใน 9 เดือนปี 2569 ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 


สำหรับ แนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดกำไรรวมจะกลับมาขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากเครื่องมือการเงินดีขึ้นจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ดี กำไรจะปรับลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล


ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิรวมในปี 2569 ลดลงราว 1.5% จากปีก่อน กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงผลจาก NIM ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกำไรจากพอร์ลงทุนลดลง 


ขณะที่ ในปี 2570 คาดกำไรสุทธิรวมจะปรับเพิ่มขึ้นราว 3% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวล้อกับการขยายตัวของสินเชื่อ และ NIM ที่มีเสถียรภาพดีขึ้น รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง ส่วน ROE คาดจะปรับลดลงในปี 2569 และทรงตัวที่ระดับ 9% ในปี 2570


อย่างไรก็ตาม งบดุลแข็งแกร่งจากทั้งฐานเงินกองทุนสูงและคุณภาพสินเชื่อที่ดี ธนาคารสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารน่าดึงดูดที่ราว 5.7% ในปี 2570


โดยได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” (เดิม เท่ากับตลาด) จากมุมมองบวกต่อ 


1. คาดกำไรสุทธิรวมกลับมาขยายตัว NIM และ ROE มีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2570


2.งบดุลแข็งแกร่งรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ 


3.อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ 4. ผลตอบแทนการลงทุน (Capital gain) น่าสนใจมากขึ้นหลังจากราคาหุ้นปรับฐานในเดือน ก.ย-ต.ค. เทียบกับมูลค่าพื้นฐานปี 2570 


นอกจากนี้ แนะนำ “ซื้อ” CREDIT และ KBANK และปรับคำแนะนำ BBL เป็น “ซื้อ” จาก Valuation ที่น่าสนใจ งบดุลแข็งแกร่ง และคาดกำไรกลับมาเติบโตในปี 2570

ที่มาข้อมูล : บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth

แท็กบทความ

บริษัทหลักทรัพย์พาย
กลุ่มแแบงก์
ธนาคาร
หุ้นไทย '
TNNWealth