เปิดสูตรคำนวณ "เนเน่ รอยัล" รางวัล 1 ล้านดอลลาร์ รับแบบไหน คุ้มกว่ากัน

หลังจากที่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย หรือ "เนเน่ รอยัล" ในวัย 16 ปี สามารถสร้างปรากฎการณ์คว้าแชมป์ในรายการ "America's Got Talent" รายการเกมส์โชว์ยอดฮิตของสหรัฐอเมริกา พร้อมคว้าเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท นอกเหนือจากความสามารถที่ออกสู่สายตาคนทั่วโลก ปฎิเสธไม่ได้ว่าเนเน่เหมาะสมที่จะคว้าแชมป์ในรายการดังกล่าว แต่สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทำให้เกิดเป็นประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้น นั่นคือเรื่องของ "เงินรางวัล" ที่ 1 ล้านดอลลาร์ เป็นแค่ตัวเลขพาดหัวข่าวเท่านั้น
สรุปข่าว
หลังจากที่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย หรือ "เนเน่ รอยัล" ในวัย 16 ปี สามารถสร้างปรากฎการณ์คว้าแชมป์ในรายการ "America's Got Talent" รายการเกมส์โชว์ยอดฮิตของสหรัฐอเมริกา พร้อมคว้าเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท นอกเหนือจากความสามารถที่ออกสู่สายตาคนทั่วโลก ปฎิเสธไม่ได้ว่าเนเน่เหมาะสมที่จะคว้าแชมป์ในรายการดังกล่าว แต่สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทำให้เกิดเป็นประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้น นั่นคือเรื่องของ "เงินรางวัล" ที่ 1 ล้านดอลลาร์ เป็นแค่ตัวเลขพาดหัวข่าวเท่านั้น
เพราะเมื่อลงไปดูในรายละเอียดของเงื่อนไขการรับรางวัล ทางรายการได้ระบุแนวทางในการรับรางวัลเอาไว้ 2 แนวทางด้วยกันคือ การรับเงินสดไปเลยทั้งก้อนเต็มจำนวน ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ หรือแบ่งรับเงินรางวัลเป็นงวด ๆ ละ 25,000 ดอลลาร์เป็นเวลา 40 ปี แล้วการรับรางวัลแบบไหนจะคุ้มค่ามากที่สุด ?
โดยหลักการในการวิเคราะห์ทางการเงิน เมื่อมีเงื่อนไขของเวลามาเกี่ยวข้อง จำเป็นที่จะต้องใช้การคำนวณ "มูลค่าเงินตามเวลา" หรือ Time Value Of Money ซึ่งโดยหลักการคือมูลค่าเงินในปัจจุบัน จะไม่ได้มีมูลค่าเดียวกันกับเงินในอนาคต ตัวแปรที่สำคัญของมูลค่าเงินตามเวลาคือ "อัตราการคิดลด" ตามเวลา หรือค่า r ซึ่งมักจะใช้ตัวเลขของอัตราเงินเฟ้อเข้ามาใช้ในการคิดลด
หรือในกรณีที่มีการลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้องจะใช้ "อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง" หรือ ผลตอบแทนที่ได้รับนำมาปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อนั่นเอง ซึ่งในกรณีของการรับเงินรางวัลของเนเน่ จะใช้อัตราเงินเฟ้อเป็นอัตราคิดลด เนื่องจากไม่มีการคำนวณเงินลงทุนประกอบไปด้วย ซึ่งการคำนวณจะสามารถทำได้ดังนี้
มาเริ่มวิเคราะห์กันที่แนวทางแรก นั่นคือการรับบเงินมาทีเดียวทั้งก้อน แทนการรับเงินเป็นรายงวดตลอดเวลา 40 ปี ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงออกมาว่าเป็นเท่าไหร่ ตรงนี้จะมีความซับซ้อนในการคำนวณ เนื่องจากไม่สามารถที่จะระบุอัตราคิดลดที่ทางรายการจะนำมาคำนวณเงินรางวัลได้ ซึ่งอาจจะใช้ตัวเลขในการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อมาเป็นสมมติฐาน ดังนี้
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 2% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลที่รับเป็นก้อนในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 452,890 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงถึงประมาณ 55%
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 3% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลที่รับเป็นก้อนในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 306,556 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงถึงประมาณ 70%
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 4% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลที่รับเป็นก้อนในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 208,289 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงถึงประมาณ 80%
และหากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 5% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลที่รับเป็นก้อนในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 142,045 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงถึงประมาณ 86%
แต่ถ้าหากเนเน่เลือกการแบ่งรับเป็นงวดในระยะเวลา 40 ปี ซึ่งในความเป็นเป็นจริงมูลค่าทางเศรษฐกิจล้วนแล้วแต่ผันแปรตามปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น ทำให้การแบ่งรับเงินรางวัล 40 ปี ๆ ละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าเนเน่จะได้รับเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์ แต่ในความเป็นจริงเมื่อคำนวณมูลค่าเงินในปัจจุบันจะต่ำกว่านั้น ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 2% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 683,886 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงที่ 1 ล้านดอลลาร์ ถึงประมาณ 32%
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 3% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 577,869 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงที่ 1 ล้านดอลลาร์ ถึงประมาณ 42%
หากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 4% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 494,819 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงที่ 1 ล้านดอลลาร์ ถึงประมาณ 51%
และหากระบุอัตราเงินเฟ้อ หรือ ค่า r ที่ 5% ต่อปี จะได้มูลค่าเงินรางวัลในปัจุบัน หรือ Present Value ที่ 428,977 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเงินรางวัลจะต่ำจากความเป็นจริงที่ 1 ล้านดอลลาร์ ถึงประมาณ 58%
ซึ่งเงินรางวัลดังกล่าวที่จะได้รับยังไม่รวมการหักภาษีเงินได้ต่าง ๆ ที่ทางกฎหมายของสหรัฐ ซึ่งมีการกำหนดการหักภาษี ณ ที่จ่ายสูงถึง 30% รวมถึงกฎหมายของแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นรัฐที่จัดการแข่งขัน ที่มีการกำหนดการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ประมาณ 12% รวมถึงเนเน่ซึ่งเป็นผู้เยาว์ในการรับรางวัลจะมีกฎหมาย และข้อกำหนดทางภาษีอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกเช่นกัน
ส่วนการจะตอบคำถามว่าจะรับเงินรางวัลแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ถ้าเอาแบบง่าย แน่นอนว่าการรับเป็นงวดจะได้มูลค่าเงินที่สูงกว่าการรับก้อนเดียว แต่...ถ้าเนเน่ ต้องการที่จะรับเงินก้อนมาในทันทีตามมูลค่ารางวัลที่ได้รับจริง การลงทุนจะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ เพื่อให้ได้มูลค่าเงินเทียบเท่ากับการรับเงินเป็นรายงวด ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้
กรณีที่ได้รับเงินรางวัล 452,890 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องคาดหวังการลงทุนให้ได้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ที่ 4.61% ต่อปี เป็นระยะเวลา 40 ปี
กรณีที่ได้รับเงินรางวัล 306,556 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องคาดหวังการลงทุนให้ได้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ที่ 7.74% ต่อปี เป็นระยะเวลา 40 ปี
กรณีที่ได้รับเงินรางวัล 288,289 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องคาดหวังการลงทุนให้ได้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ที่ 8.31% ต่อปี เป็นระยะเวลา 40 ปี
และกรณีที่ได้รับเงินรางวัล 142,045 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องคาดหวังการลงทุนให้ได้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ที่ 17.57% ต่อปี เป็นระยะเวลา 40 ปี
ดังนั้นจะเกิดความท้าทายจากการลงทุนขึ้นทันทีหากเนเน่เลือกรับเงินรางวัลก้อนเดียวมาในทันที เพราะจำเป็นที่จะต้องลงทุนต่อ ถ้าหากต้องการให้ได้ผลตอบแทนที่เท่ากับการเลือกรับเป็นรายงวดที่ 40 ปี ซึ่งเนเน่จำเป็นที่จะต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งถ้าหากไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ การเลือกรับเป็นรายงวดจะมีความคุ้มค่ามากกว่า
แต่อย่างไรก็ตามการเลือกรับเป็นเงินรางวัลเพียงก้อนเดียว ก็มีข้อดีในอีกมุมหนึ่ง ถ้าหากเนเน่สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าผลตอบแทนที่คาดหวัง มูลค่าของเงินลงทุนก็จะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่ามูลค่าเงินรางวัลที่ได้รับจริง แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากไม่สามารถสร้างผลตอแทนได้ตามที่คาดหวัง มูลค่าเงินลงทุนก็จะลดลงต่ำกว่ามูลค่าเงินที่ได้รับจริง
ไม่ว่าเนเน่จะเลือกรับเงินรางวัลในรูปแบบไหน คงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะด้วยความสามารถ และอายุที่ยังน้อย เนเน่ยังสามารถพัฒนาศักยภาพได้อีกมาก และมีอนาคตบนเส้นทางดนตรีได้อีกยาวไกล มูลค่าทางเศรษฐกิจของเนเน่คงไม่หยุดที่เงินรางวัลที่จะได้รับ แต่เนเน่ยังคงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับตัวเองได้อีกมากมายหลังจากนี้
ที่มาข้อมูล : นักวางแผนการลงทุน
ที่มารูปภาพ : TNN
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
