4 เหตุผล ทำไมต้องขยายร้านค้า "ไทยช่วยไทยพลัส"

Share on Line Share on Facebook Share on X

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล "ไทยช่วยไทยพลัส" (ช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569) ถือเป็นมาตรการชิมลางวงเงินมหาศาล ด้วยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 161,555 ล้านบาท ประชาชนได้รับสิทธิราว 26 ล้านคน และร้านค้าเกือบ 1.2 ล้านแห่ง ผ่านรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 200 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน แต่เบื้องหลังตัวเลขเงินหมุนเวียนเหล่านี้ กลับสะท้อนปัญหาความไม่ทั่วถึงและความเหลื่อมล้ำที่ทำให้คนไทยและผู้ประกอบการบางกลุ่มต้อง "เสียโอกาส"

สรุปข่าว

“ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 กำลังถูกจับตา! เปิด 4 เหตุผล ทำไมควรขยายสิทธิถึงร้านค้าระบบภาษี-นิติบุคคล และถ้าไม่ขยาย คนไทยอาจเสียโอกาสอะไร?

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล "ไทยช่วยไทยพลัส" (ช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569) ถือเป็นมาตรการชิมลางวงเงินมหาศาล ด้วยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 161,555 ล้านบาท ประชาชนได้รับสิทธิราว 26 ล้านคน และร้านค้าเกือบ 1.2 ล้านแห่ง ผ่านรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 200 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน แต่เบื้องหลังตัวเลขเงินหมุนเวียนเหล่านี้ กลับสะท้อนปัญหาความไม่ทั่วถึงและความเหลื่อมล้ำที่ทำให้คนไทยและผู้ประกอบการบางกลุ่มต้อง "เสียโอกาส"

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและสมาคมภัตตาคารไทย ได้สะท้อนมุมมองและปัญหาสำคัญ 4 ประการ ดังนี้:

  • คนใช้สิทธิไม่หมดเพราะร้านค้าจำกัด: ประชาชนหลายคนประสบปัญหาหาร้านใช้สิทธิยาก เนื่องจากเกณฑ์ปัจจุบันจำกัดเฉพาะร้านค้ารายย่อย ทำให้วงเงินสะสมถูกใช้ไม่เต็มศักยภาพ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจึงเสนอให้ขยายสู่ Modern Trade และร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาครอบคลุม เพื่อเพิ่มจุดใช้เงินและขยายห่วงโซ่การหมุนเวียนเงินผ่านเกษตรกร โรงงาน และ SME
  • ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ Modern Trade: หลายฝ่ายมองห้างใหญ่เป็นการช่วยทุนใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว Modern Trade เป็นช่องทางสำคัญในการระบายสินค้าของ SME และวิสาหกิจชุมชน การเปิดกว้างจะช่วยดึงดูดคนเข้าร้านและส่งต่อรายได้ไปสู่แรงงานและผู้ผลิตรายย่อยเบื้องหลังอีกทอดหนึ่ง
  • ความไม่เป็นธรรมของร้านค้าในระบบภาษี: ร้านค้ารายกลางที่ต้องจดทะเบียน VAT จ้างงาน จ่ายประกันสังคม และแบกรับต้นทุนภาษี กลับหลุดจากเกณฑ์โครงการเนื่องจากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กลายเป็นคำถามสำคัญว่า เหตุใดการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องจึงกลายเป็นอุปสรรคและทำให้เสียโอกาสจากมาตรการรัฐ
  • ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ: ด้านนักเศรษฐศาสตร์ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ชี้ว่าแม้เงินสะสมจะสูงระดับแสนล้าน แต่ผลต่อ GDP อาจไม่สูงเท่าที่ควรเพราะติดปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อหมดมาตรการ ปัญหาเดิมจะกลับมา รัฐจึงควรหันมาเยียวยาฝั่งผู้ผลิต พัฒนาทักษะแรงงาน และลดต้นทุนธุรกิจควบคู่กันไป

การออกแบบมาตรการในเฟสถัดไปจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาพย้อนแย้งว่า "คนอยู่นอกระบบได้ประโยชน์ แต่คนเข้าสู่ระบบภาษีกลับเสียสิทธิ" เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินสร้างความคุ้มค่าและกระจายรายได้อย่างแท้จริง

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

แท็กบทความ

World Wide Wealthไทยช่วยไทยพลัส
โครงการรัฐบาล 2569
กระตุ้นเศรษฐกิจไทย
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยสมาคมภัตตาคารไทย
ร้านค้าในระบบภาษี
ปัญหาเศรษฐกิจไทยข่าวเศรษฐกิจล่าสุด
มาตรการเยียวยารัฐบาล
SME ไทยช่วยไทยพลัส