หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 15 ก.ย. 2569 ปิดลบ 152 จุด หุ้นชิปร่วง น้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 15 ก.ย. 2569 ปิดลบ 152 จุด หุ้นชิปร่วง น้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 152.09 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงเช่นกัน ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หลังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีหลายรายออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ที่รวดเร็วเกินไป

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ก่อนการประชุมในสัปดาห์นี้

สรุปข่าว

ดาวโจนส์วันนี้ปิดลบ 152.09 จุด ตลาดหุ้นนิวยอร์กถูกกดดันจากหุ้นชิปและหุ้น AI ร่วง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่ง บอนด์ยีลด์ 10 ปีทะลุ 5% นักลงทุนจับตาประชุมเฟด 16 ก.ย.นี้

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 152.09 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงเช่นกัน ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หลังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีหลายรายออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนา AI ที่รวดเร็วเกินไป

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ก่อนการประชุมในสัปดาห์นี้

ดาวโจนส์วันนี้ปิดลบ 152.09 จุด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,421.20 จุด ลดลง 152.09 จุด หรือ 0.29%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,619.98 จุด ลดลง 37.00 จุด หรือ 0.48%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,186.41 จุด ลดลง 146.62 จุด หรือ 0.56%

หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.67% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 1.44%

ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 2.80% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่เพิ่มขึ้น 1.35%

หุ้น AI และหุ้นชิปร่วง หลังผู้บริหารเตือนความเสี่ยง

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวลง หลัง ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของ AI เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยี

ขณะที่ผู้บริหารของ OpenAI และ xAI ก็ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วเช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าการชะลอการพัฒนาและการใช้งาน AI อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดังกล่าว

ด้าน แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI เปิดเผยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า OpenAI จะยังไม่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2569 โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยี AI

อัลต์แมนยังเห็นด้วยกับซีอีโอของ Anthropic ว่า บริษัท AI จำเป็นต้องกำหนดจังหวะในการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสม พร้อมเตือนว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างมากได้ หากมนุษย์สูญเสียการควบคุมอนาคตให้กับ AI หรือหากอำนาจจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ที่บุคคลหรือบริษัทเพียงรายเดียว

Nvidia ร่วง 3.4% หุ้นชิปถูกเทขาย

แรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้ Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 3.4%

ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปรายอื่นปรับตัวลงเช่นกัน โดย Micron Technology ดิ่งลงมากกว่า 5% ส่วน Broadcom และ Advanced Micro Devices (AMD) ต่างร่วงลงมากกว่า 4%

ด้านดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย หรือ PHLX Semiconductor Index ร่วงลงถึง 5.9%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวขึ้น โดย ServiceNow, Adobe และ Workday เพิ่มขึ้นในช่วง 4-7.4% หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มดังกล่าวถูกเทขายอย่างหนัก จากความกังวลว่า AI อาจเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจซอฟต์แวร์และกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัท

ราคาน้ำมันพุ่ง หนุนแรงกดดันตลาดหุ้น

อีกหนึ่งปัจจัยกดดัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คือราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ที่พุ่งขึ้นมากกว่า 1% และปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนหลังซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตี ส่งผลให้นักลงทุนจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันและผลกระทบต่อเงินเฟ้อ

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีทะลุ 5%

ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือบอนด์ยีลด์ 10 ปี ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสถานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์เตือนว่า การที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 5% อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และลดความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวเป็นอัตราอ้างอิงสำคัญสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต

นักวิเคราะห์จาก Longbow Asset Management ระบุว่า การที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีพุ่งทะลุระดับ 5% เป็นประเด็นที่น่ากังวล และอาจกดดันให้เฟดต้องดำเนินนโยบายมากกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว

นักลงทุนจับตาประชุมเฟด 16 กันยายน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 90% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงจับตาทั้ง ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ราคาน้ำมัน บอนด์ยีลด์ และความเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

ที่มาข้อมูล : ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย