หุ้นไทยเสี่ยงหลุด 1,600 จุด-ต่างชาติเทขายหนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X

รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างหนัก พร้อมให้มุมมองต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และแนวโน้มราคาทองคำ

ต่างชาติเทขายหนัก เสี่ยงหลุด 1,600 จุด

นายประกิต ระบุว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติระดับ 5 พันล้านบาท ถือว่ามีนัยสำคัญและเป็นสัญญาณที่สะท้อนความอ่อนแอของตลาดมาสักระยะแล้ว โดยดัชนีไม่สามารถผ่านระดับ 1,644 จุดขึ้นไปได้ หุ้นหลายกลุ่มไม่ขยับขึ้น (มีเพียงบางตัวที่ปรับขึ้นได้แรง เช่น AMATA) ขณะที่กลุ่มอื่นๆ อ่อนตัวลง เมื่อประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน มองว่าดัชนี SET มีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,600 จุดได้ง่าย

กำไร บจ. ครึ่งปีแรกโต แต่ตลาดขาดฟันด์โฟลว์

สำหรับการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงครึ่งปีแรก ภาพรวมกำไรเติบโตขึ้นประมาณ 22% แตะระดับราว 7.4 - 7.6 แสนล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจต้องคำนึงถึงการหักลบการบันทึกกำไรซ้ำซ้อนระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูก)

นายประกิต ให้มุมมองว่า แม้กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะมีความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นส่วนช่วยทำให้ตลาดลงได้ยาก แต่สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่สามารถขยับขึ้นไปได้ เป็นเพราะตลาดไม่มี "พรีเมียม" ปัจจุบันค่า P/E ของตลาดอยู่ที่ระดับ 16 เท่า หากจะปรับขึ้นไปมากกว่านี้จำเป็นต้องมีกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้ามาสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้นำเงินกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน


สรุปข่าว

ประกิต สิริวัฒนเกตุ ประเมินตลาดหุ้นไทยเสี่ยงหลุดระดับ 1,600 จุด จากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่กดดันอย่างหนัก แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนครึ่งปีแรกจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังขาดกระแสเงินทุน (Fund Flow) ใหม่เข้ามาสนับสนุน จึงแนะนำนักลงทุนพิจารณาลดพอร์ตหรือทยอยขายทำกำไร ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภาพรวมยังคงชะลอตัว ส่วนราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อจากปัจจัยที่กดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง

รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างหนัก พร้อมให้มุมมองต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และแนวโน้มราคาทองคำ

ต่างชาติเทขายหนัก เสี่ยงหลุด 1,600 จุด

นายประกิต ระบุว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติระดับ 5 พันล้านบาท ถือว่ามีนัยสำคัญและเป็นสัญญาณที่สะท้อนความอ่อนแอของตลาดมาสักระยะแล้ว โดยดัชนีไม่สามารถผ่านระดับ 1,644 จุดขึ้นไปได้ หุ้นหลายกลุ่มไม่ขยับขึ้น (มีเพียงบางตัวที่ปรับขึ้นได้แรง เช่น AMATA) ขณะที่กลุ่มอื่นๆ อ่อนตัวลง เมื่อประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน มองว่าดัชนี SET มีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,600 จุดได้ง่าย

กำไร บจ. ครึ่งปีแรกโต แต่ตลาดขาดฟันด์โฟลว์

สำหรับการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงครึ่งปีแรก ภาพรวมกำไรเติบโตขึ้นประมาณ 22% แตะระดับราว 7.4 - 7.6 แสนล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจต้องคำนึงถึงการหักลบการบันทึกกำไรซ้ำซ้อนระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูก)

นายประกิต ให้มุมมองว่า แม้กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะมีความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นส่วนช่วยทำให้ตลาดลงได้ยาก แต่สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่สามารถขยับขึ้นไปได้ เป็นเพราะตลาดไม่มี "พรีเมียม" ปัจจุบันค่า P/E ของตลาดอยู่ที่ระดับ 16 เท่า หากจะปรับขึ้นไปมากกว่านี้จำเป็นต้องมีกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้ามาสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้นำเงินกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน


กลยุทธ์ลดพอร์ต-จับตาทองคำขาขึ้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่ถือหุ้นรันเทรนด์มาตั้งแต่ต้นรอบ พิจารณาลดพอร์ตหรือขายทำกำไร เช่น การขายหลังหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD และอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่ผลประกอบการดี (Earnings Play)

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภาพรวมค่อนข้างนิ่งและชะลอตัว หุ้นกลุ่มคุณค่า (Value Play) ทรงตัว มีเพียงกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ยังมีแรงหนุนจากหุ้นใหญ่อย่างกลุ่มชิป โดยส่วนหนึ่งนักลงทุนอาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการประชุมที่ Jackson Hole

ส่วนทิศทางราคาทองคำ ประเมินว่ายังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยได้รับอานิสงส์จากกลไกที่กดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงค่าเงินเยน หรือนโยบายการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน