คลังย้ำ "ภาษีเทรดทอง" เป้าสกัดทุนเทา ปัดเพิ่มรายได้ มุ่งแกะรอยธุรกรรม

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลังย้ำ "ภาษีเทรดทอง" เป้าสกัดทุนเทา ปัดเพิ่มรายได้ มุ่งแกะรอยธุรกรรม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและ ธปท. อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยได้มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง หารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและพิจารณาแนวทางดำเนินการร่วมกัน

สรุปข่าว

รัฐบาลจะหารือกับสมาคมค้าทองคำและผู้ประกอบการ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง การเพิ่มความโปร่งใสของธุรกรรม การสกัดกั้นทุนสีเทา และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของตลาดทองคำไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและ ธปท. อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยได้มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง หารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและพิจารณาแนวทางดำเนินการร่วมกัน

นายเอกนิติย้ำว่า แนวคิดเรื่องภาษีเทรดทองไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล แต่ต้องการให้ภาครัฐสามารถเห็นข้อมูลธุรกรรมได้ชัดเจนขึ้นว่าใครเป็นผู้ซื้อ ใครเป็นผู้ขาย และมีการซื้อขายในลักษณะใด

ปัจจุบันการซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ มีธุรกรรมจำนวนมากที่ไม่ได้มีการส่งมอบทองคำจริง หรือเป็นการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร ทำให้ภาครัฐต้องการศึกษาว่าจะออกแบบระบบอย่างไรเพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้น หากมีการนำมาตรการภาษีมาใช้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกเก็บในอัตราสูง แต่เป็นการออกแบบให้เกิดการบันทึกและติดตามธุรกรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของตลาดการเงิน แนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษาครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำในตลาด และการนำเข้าทองคำที่ไม่ได้ถูกนำไปแปรรูปเป็นทองรูปพรรณ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อการซื้อขายหรือเก็งกำไร

เหตุผลสำคัญมาจากการทำงานของหน่วยงานภาครัฐด้านข้อมูลธุรกรรม ซึ่งพบความเสี่ยงว่าการซื้อขายทองคำอาจถูกใช้เป็นช่องทางหนึ่งในการเคลื่อนย้ายเงินของกลุ่มมิจฉาชีพหรือทุนสีเทา จึงต้องเร่งหาช่องโหว่และออกแบบระบบเพื่อปิดช่องทางดังกล่าว

สำหรับข้อกังวลว่าภาษีธุรกรรมทองคำอาจกระทบต่อความสามารถของไทยในการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำในภูมิภาค นายเอกนิติระบุว่า ภาครัฐจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และคาดว่าหากมีการจัดเก็บจริง อัตราภาษีจะไม่อยู่ในระดับสูงจนกระทบต่อธุรกิจ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะหารือกับสมาคมค้าทองคำและผู้ประกอบการ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง การเพิ่มความโปร่งใสของธุรกรรม การสกัดกั้นทุนสีเทา และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของตลาดทองคำไทย ทั้งนี้ ขณะนี้ยัง ไม่มีข้อสรุปทั้งในเรื่องอัตราภาษี รูปแบบการจัดเก็บ หรือกำหนดวันเริ่มใช้มาตรการ โดยทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการศึกษาและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : TNN

Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน