มัตจะฟีเวอร์ หรือกระแสความนิยมในชาเขียวมัตจะของญี่ปุ่นยังคงมาแรงไม่แผ่ว
ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่น รายงานว่า ครึ่งแรกของปีนี้ 2569 นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา เพียงแค่ 6 เดือน ญี่ปุ่น ได้ส่งออกชาเขียวไปแล้ว เป็นมูลค่ามากกว่า 4.82 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 83.5% และเป็นตัวเลขที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา หรือได้สถิติใหม่ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
สรุปข่าว
มัตจะฟีเวอร์ หรือกระแสความนิยมในชาเขียวมัตจะของญี่ปุ่นยังคงมาแรงไม่แผ่ว
ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่น รายงานว่า ครึ่งแรกของปีนี้ 2569 นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา เพียงแค่ 6 เดือน ญี่ปุ่น ได้ส่งออกชาเขียวไปแล้ว เป็นมูลค่ามากกว่า 4.82 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 83.5% และเป็นตัวเลขที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา หรือได้สถิติใหม่ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ความสำเร็จในครั้งนี้ของญี่ปุ่น กำลังบอกเราว่า อาหารญี่ปุ่นกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และไม่ได้มาจากการผลิตเพิ่ม เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่เกิดจากการสร้าง “คุณค่า” หรือสร้างสตอรี่ มีเรื่องราว ที่ผูกไปกับสินค้าต่างๆด้วย
เพราะมัตจะไม่ใช่เพียงแค่ชาธรรมดาๆ แต่เป็นสินค้าที่คนยอมซื้อ เพราะรู้สึกถึงคุณค่า เป็นสินค้าที่อยู่ในกระแส อยู่ในเทรนด์ระดับโลก โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลสุขภาพ
มัตจะ
ที่เป็นเครื่องดื่มที่ผูกเอาไว้ด้วยวัฒนธรรม หรือการชงต้องมาพร้อมด้วยความพิธีพิถันแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเท่านั้น ก็ได้ถูกยกระดับปรับเปลี่ยน ขยายตลาดออกไป จนกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมสำหรับ
* เครื่องดื่มมัทฉะลาเต้ ทั้งร้อน เย็น หรือปั่น
* เบเกอรี
* ไอศกรีม
* ขนมหวาน
* ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่อีกมากมาย
หรือแม้กระทั่งสินค้าของใช้ที่มีกลิ่นชาเขียว กลิ่นมัตจะ หรือสารสกัดจากมัตจะ ก็ได้รับความนิยม หรือได้รับความสนใจตามไปด้วย
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
Producer TNN WEALTH
