สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มาเลเซียกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ที่ทำให้บริษัทข้ามชาติเร่งกระจายฐานการผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
สรุปข่าว
"มาเลเซีย" กำลังถูกจับตาในฐานะดาวเด่นเศรษฐกิจอาเซียน หลังเงินลงทุน AI ชิป และดาต้าเซ็นเตอร์ไหลเข้าไม่หยุด ขณะที่ไทยก็มีจุดแข็งด้านการผลิต AI Hardware และการส่งออกเช่นกัน เกมชิงเม็ดเงินลงทุนโลกครั้งนี้ ใครได้เปรียบ และไทยต้องเร่งอะไรเพื่อไม่ให้ตกขบวน?
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มาเลเซียกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ที่ทำให้บริษัทข้ามชาติเร่งกระจายฐานการผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
ข่าวนี้ไม่ใช่แค่โชคดี แต่คือการที่มาเลเซียอยู่ถูกที่ ถูกเวลากระแส AI ที่กำลังเปลี่ยนโลก ไม่ได้สร้างแค่บริษัทเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังเปลี่ยนแผนที่การลงทุนของโลกเมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังยืดเยื้อ บริษัทข้ามชาติต่างเร่งกระจายฐานการผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยง หรือที่เรียกว่า China+1 และดูเหมือนว่าปมาเลเซีย กลายเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆเพราะมีทั้ง * ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง * บุคลากรด้านวิศวกรรมจำนวนมาก * ระบบโลจิสติกส์ที่ดี * ค่าไฟแข่งขันได้ * มีเสถียรภาพด้านนโยบาย เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
ล่าสุด เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวถึง 5.8% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 5.2%และกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย ด้านแนวโน้มทั้งปี 2569ธนาคารกลางมาเลเซียยังคงคาดเศรษฐกิจจะเติบโต 4-5% ขณะที่ IMF ประเมินการเติบโตไว้ที่ 4.7% ด้านนักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มปรับประมาณการขึ้นเกิน 5% แล้วซึ่งถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในเอเชีย
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
Producer TNN WEALTH
