หุ้นไทยแค่พักฐาน-หุ้นโลกร่วงเพราะ "เทขายลดความเสี่ยง" แนะเบรกซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า การที่ดัชนี (SET) ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,560 จุด ถือเป็นภาวะการพักตัวตามปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ดัชนีได้ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,607 จุด ซึ่งเข้าใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ประเมินไว้บริเวณ 1,610 จุด ขณะที่ยอดการขอใช้วงเงินเพื่อการลงทุนอย่าง Margin หรือ Block Trade ในประเทศ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังประเมินว่าไม่อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

หุ้นต่างประเทศร่วงหนัก เกิดจาก "เทขายลดความเสี่ยง" ไม่ใช่พื้นฐานแย่

สำหรับสถานการณ์ตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ทั้งในสหรัฐฯ และเอเชียอย่างตลาดหุ้นเกาหลีใต้ นายประกิต อธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ของบริษัทจดทะเบียนที่แย่ลงแต่อย่างใด บริษัทยังคงมีกำไรเติบโตแข็งแกร่ง

แต่สาเหตุหลักเกิดจากการที่นักลงทุนมีการเก็งกำไรและใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอัตราทด (Leverage) สูง เช่น ETF หรือ Futures ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี เมื่อมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ จึงเกิด "การแห่เทขายเพื่อลดความเสี่ยง หรือดึงเงินลงทุนกลับ" หรือที่นักลงทุนเรียกว่าการ Unwind รวมถึงการถูกบังคับขาย (Force Sell / Margin Call) ซึ่งเมื่อกระบวนการลดสถานะความเสี่ยงเหล่านี้เริ่มคลี่คลาย และนักลงทุนเริ่มทำประกันความเสี่ยง (Hedging) ตลาดก็จะสามารถกลับเข้าสู่จุดสมดุลและชะลอการปรับตัวลงได้

สรุปข่าว

บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ประเมินทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยย่อตัวทดสอบ 1,560 จุด เป็นเพียงการพักฐานตามปกติ ชี้สาเหตุหุ้นต่างประเทศร่วงหนักไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานแย่ แต่เกิดจาก "แรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยง" (Unwind) ของกลุ่มที่ใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอัตราทดสูง พร้อมประเมินสหรัฐฯ ปิดประตูหั่นดอกเบี้ย และเตือนจับตาความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง แนะนักลงทุนรอดูสถานการณ์อีก 1 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า การที่ดัชนี (SET) ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,560 จุด ถือเป็นภาวะการพักตัวตามปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ดัชนีได้ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,607 จุด ซึ่งเข้าใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ประเมินไว้บริเวณ 1,610 จุด ขณะที่ยอดการขอใช้วงเงินเพื่อการลงทุนอย่าง Margin หรือ Block Trade ในประเทศ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังประเมินว่าไม่อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

หุ้นต่างประเทศร่วงหนัก เกิดจาก "เทขายลดความเสี่ยง" ไม่ใช่พื้นฐานแย่

สำหรับสถานการณ์ตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ทั้งในสหรัฐฯ และเอเชียอย่างตลาดหุ้นเกาหลีใต้ นายประกิต อธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ของบริษัทจดทะเบียนที่แย่ลงแต่อย่างใด บริษัทยังคงมีกำไรเติบโตแข็งแกร่ง

แต่สาเหตุหลักเกิดจากการที่นักลงทุนมีการเก็งกำไรและใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอัตราทด (Leverage) สูง เช่น ETF หรือ Futures ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี เมื่อมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ จึงเกิด "การแห่เทขายเพื่อลดความเสี่ยง หรือดึงเงินลงทุนกลับ" หรือที่นักลงทุนเรียกว่าการ Unwind รวมถึงการถูกบังคับขาย (Force Sell / Margin Call) ซึ่งเมื่อกระบวนการลดสถานะความเสี่ยงเหล่านี้เริ่มคลี่คลาย และนักลงทุนเริ่มทำประกันความเสี่ยง (Hedging) ตลาดก็จะสามารถกลับเข้าสู่จุดสมดุลและชะลอการปรับตัวลงได้

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังร้อนแรง ปิดประตูหั่นดอกเบี้ย

ในส่วนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ นายประกิต ประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการปิดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความร้อนแรง สะท้อนจากตัวเลขการจ้างงานเดือนล่าสุด รวมถึงการปรับแก้ไขตัวเลขย้อนหลังในเดือนมีนาคมและเมษายนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 180,000 ตำแหน่งต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าจะไม่มีการเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการประกาศ "ขึ้น" อัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน

เตือนจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

สำหรับประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ราคาน้ำมันจะยังไม่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้น และผู้นำอิสราเอลได้ส่งสัญญาณระงับการตอบโต้ทางทหาร แต่นายประกิตระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนและไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดฉากโจมตีไปแล้ว สถานการณ์จึงพร้อมที่จะพลิกผันและกลับมาตึงเครียดได้ตลอดเวลา

แนะชะลอซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อประเมินถึงกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ เช่น DELTA, HANA และ KCE ที่ราคาเริ่มย่อตัวลงมา นายประกิต แนะนำว่า "ยังไม่ต้องรีบเข้าซื้อ" แม้ระดับราคาจะปรับลดลง แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและไม่จำเป็นต้องรีบหาต้นทุนที่ต่ำที่สุด แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อรอดูทิศทางและความชัดเจนของตลาดโลกอีกประมาณ 1 สัปดาห์

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน