ยอดขาย "Uniqlo" ไล่บี้ "H&M" ขึ้นเบอร์ 2 ของโลก
การแข่งขันในธุรกิจเสื้อผ้าโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เมื่อ Fast Retailing (ฟาสต์ รีเทลลิง) บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ Uniqlo (ยูนิโคล่) มีแนวโน้มแซง H&M (เอชแอนด์เอ็ม) จากสวีเดน ขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตและค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกเมื่อเทียบจากยอดขาย รองจาก Inditex (อินดิเท็กซ์) เจ้าของแบรนด์ Zara (ซารา)
อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวยังต้องรอการยืนยัน เพราะเอชแอนด์เอ็มยังไม่ประกาศผลประกอบการทั้งปีบัญชีที่สิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ยอดขายของบริษัทจนถึงไตรมาส 3 ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ฟาสต์ รีเทลลิง รายงานผลประกอบการปีบัญชีสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2026 มียอดขายประมาณ 3.96 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.6 ส่วนกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดประมาณ 542,520 ล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3 สะท้อนความสำเร็จของการขยายธุรกิจออกนอกญี่ปุ่น
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากยูนิโคล่ในต่างประเทศ ซึ่งทำยอดขายประมาณ 2.41 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.2 โดยทุกภูมิภาคมียอดขายเติบโต ทั้งจากฐานลูกค้าที่ขยายตัว สินค้าที่สวมใส่ได้ตลอดปี และการเปิดร้านเรือธงที่ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์
สรุปข่าว
การแข่งขันในธุรกิจเสื้อผ้าโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เมื่อ Fast Retailing (ฟาสต์ รีเทลลิง) บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ Uniqlo (ยูนิโคล่) มีแนวโน้มแซง H&M (เอชแอนด์เอ็ม) จากสวีเดน ขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตและค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกเมื่อเทียบจากยอดขาย รองจาก Inditex (อินดิเท็กซ์) เจ้าของแบรนด์ Zara (ซารา)
อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวยังต้องรอการยืนยัน เพราะเอชแอนด์เอ็มยังไม่ประกาศผลประกอบการทั้งปีบัญชีที่สิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ยอดขายของบริษัทจนถึงไตรมาส 3 ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ฟาสต์ รีเทลลิง รายงานผลประกอบการปีบัญชีสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2026 มียอดขายประมาณ 3.96 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.6 ส่วนกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดประมาณ 542,520 ล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3 สะท้อนความสำเร็จของการขยายธุรกิจออกนอกญี่ปุ่น
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากยูนิโคล่ในต่างประเทศ ซึ่งทำยอดขายประมาณ 2.41 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.2 โดยทุกภูมิภาคมียอดขายเติบโต ทั้งจากฐานลูกค้าที่ขยายตัว สินค้าที่สวมใส่ได้ตลอดปี และการเปิดร้านเรือธงที่ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์
ยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่น ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.7 แตะ 512,600 ล้านเยน ส่วนอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.6 แตะ 364,900 ล้านเยน
เมื่อรวมสองภูมิภาคนี้ ยอดขายอยู่ที่ประมาณ 877,500 ล้านเยน สูงกว่าตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันรวมกัน ซึ่งมียอดขาย 724,000 ล้านเยน แสดงให้เห็นว่าตลาดตะวันตกกำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อการเติบโตของยูนิโคล่
ขณะที่ยอดขายรวมในเกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.7 แตะ 809,400 ล้านเยน เป็นอีกกลุ่มตลาดที่ช่วยผลักดันธุรกิจต่างประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
จุดขายสำคัญของยูนิโคล่ยังอยู่ที่เสื้อผ้าใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับคุณสมบัติของเนื้อผ้า เช่น ฮีทเทคสำหรับให้ความอบอุ่น และแอริซึ่มที่ช่วยระบายความชื้นและแห้งเร็ว ทำให้แบรนด์สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในสภาพอากาศและตลาดที่แตกต่างกัน
ทาดาชิ ยานาอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยังคงเดินหน้าเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มยอดขายกลุ่มบริษัทสู่ 10 ล้านล้านเยน พร้อมผลักดันแบรนด์ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก
สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2027 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 4.45 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 และกำไรสุทธิ 560,000 ล้านเยน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2
แต่ธุรกิจยังมีความท้าทายจากสภาพอากาศ โดยยอดขายปีล่าสุดต่ำกว่าเป้าหมายที่ประกาศในเดือนกรกฎาคมเล็กน้อย หลังอากาศในยุโรปช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมอุ่นกว่าปกติ กระทบความต้องการเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
การขยายตลาดควบคู่กับสินค้าที่ใช้ได้หลากหลายฤดูกาล จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ว่าจะช่วยให้เจ้าของยูนิโคล่รักษาการเติบโต และก้าวผ่านเอชแอนด์เอ็มได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่
