ตลาด “สินค้ากีฬาจีน” โตแรง แตะ 2.70 ล้านล้านหยวน “เปิดโอกาส 3 สินค้าไทย”
ตลาดสินค้ากีฬาในจีนกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากกระแสรักสุขภาพและการออกกำลังกายที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปเจาะตลาด โดยเฉพาะ อุปกรณ์กอล์ฟ กีฬาทางน้ำ และอุปกรณ์ออกกำลังกาย แต่การแข่งขันไม่ได้ง่าย เพราะแบรนด์กีฬาจีนเองก็แข็งแกร่งขึ้น และกำลังขยายตลาดไปทั่วโลก
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ตลาดสินค้ากีฬาในจีนปี 2025 มีมูลค่า 2.49 ล้านล้านหยวน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.70 ล้านล้านหยวนในปี 2026 ขณะที่ยอดขายสินค้ากีฬาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตถึง 15.89%
อย่างไรก็ตาม การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกประเภทสินค้า ขณะที่แบรนด์จีนอย่าง Anta, Li-Ning, Xtep และ 361° กำลังเร่งพัฒนาสินค้าและใช้ความร่วมมือกับนักกีฬาระดับโลกสร้างความแข็งแกร่ง
สำหรับผู้ผลิตไทย แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่ข้อมูลการนำเข้าของจีนยังสะท้อนโอกาสในสินค้ากีฬาเฉพาะประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ การออกแบบ และนวัตกรรม
ตลาดสินค้ากีฬาจีนปี 2026 คาดแตะ 2.70 ล้านล้านหยวน
จีนเป็นหนึ่งในตลาดสินค้ากีฬาที่มีแนวโน้มขยายตัวดีเมื่อเทียบกับหลายตลาดของโลก แต่การแข่งขันภายในประเทศถือว่ารุนแรง ทั้งจากแบรนด์จีนและแบรนด์ต่างประเทศ
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ตลาดสินค้ากีฬาในจีนปี 2025 มีมูลค่า 2.49 ล้านล้านหยวน และคาดการณ์ว่าปี 2026 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.70 ล้านล้านหยวน
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากความตื่นตัวด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ทำให้การใช้สินค้ากีฬาขยายจากกลุ่มผู้เล่นกีฬาไปสู่การใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญคือช่องทางซื้อขายออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม JD.com, Taobao, Tmall และ Douyin ซึ่งกลายเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคจีน
รายงานระบุว่า ปี 2025 ยอดขายสินค้ากีฬารวมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวอยู่ที่ 449,394 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.89% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกประเภทสินค้า
รายงานเดียวกันระบุว่า กลุ่มสินค้ากีฬากลางแจ้ง ปีนเขา และตั้งแคมป์ มียอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 22% ขณะที่กลุ่มจักรยาน อุปกรณ์และอะไหล่ มียอดขายลดลง 6%
ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาดสินค้ากีฬาจีนจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังมีทั้งธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโต และธุรกิจที่ต้องปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค
ในเชิงธุรกิจ การขยายตัวของช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าโดยไม่ต้องพึ่งหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่ก็ทำให้การแข่งขันเพื่อเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นคำสั่งซื้อรุนแรงขึ้น
ผู้ประกอบการที่สามารถอธิบายคุณสมบัติสินค้าให้ตรงกับกิจกรรมและความต้องการของลูกค้า จึงอาจมีโอกาสมากกว่าผู้ที่มองตลาดกีฬาจีนเป็นผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันทั้งหมด
4 แบรนด์กีฬาจีน Anta–Li-Ning–Xtep–361° รุกตลาดโลก
นอกจากการแข่งขันภายในประเทศแล้ว แบรนด์กีฬาจีนอย่างน้อย 4 รายกำลังขยายบทบาทไปสู่ตลาดโลก โดยใช้ทั้งการพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และความร่วมมือกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียง
1. Anta – รองเท้าบาสเกตบอล
Anta จับมือ Kyrie Irving เพื่อพัฒนารองเท้าบาสเกตบอลเฉพาะสำหรับนักกีฬาและวางจำหน่ายทั่วโลก พร้อมให้เออร์วิงรับบทบาทด้านความคิดสร้างสรรค์ในธุรกิจบาสเกตบอล ความร่วมมือจึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาสินค้าและการสร้างภาพจำของแบรนด์
2. Li-Ning – บาสเกตบอลและแบดมินตัน
Li-Ning เชื่อมโยงธุรกิจบาสเกตบอลกับ Dwyane Wade และแบดมินตันกับ Loh Kean Yew สะท้อนกลยุทธ์สร้างตัวตนผ่านนักกีฬาในหลายประเภทกีฬา เพื่อเข้าถึงผู้เล่นที่มีความต้องการแตกต่างกัน
3. Xtep – รองเท้าวิ่งมาราธอน
Xtep เน้นรองเท้าวิ่งตระกูล 160X โดยข้อมูลผลประกอบการที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคมระบุถึงการพัฒนารุ่น 160X 7 ซึ่งใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ และการนำสินค้าไปใช้ในการแข่งขันจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในกลุ่มนักวิ่งที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ
4. 361° – รองเท้าวิ่งและบาสเกตบอล
361° ร่วมมือกับ Nikola Jokić ในธุรกิจบาสเกตบอล สะท้อนการใช้ทั้งเทคโนโลยีรองเท้าและชื่อเสียงของนักกีฬาระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
การขยายตัวของแบรนด์จีนทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในแต่ละประเภทกีฬา ขณะที่ผู้ผลิตต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสินค้าของตัวเองมีคุณค่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร
การแข่งขันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย เพราะเว็บไซต์ทางการของ Anta ในไทยระบุว่า มีทั้งรองเท้าบาสเกตบอลและรองเท้าวิ่งวางจำหน่ายแล้ว
ผู้ค้าจึงควรประเมินสินค้าแต่ละรุ่นจากการใช้งาน ความเหมาะสมกับผู้บริโภค และบริการหลังการขาย มากกว่าตัดสินจากประเทศต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ผลิตไทย การเติบโตของแบรนด์จีนอาจเพิ่มแรงกดดันในสินค้าที่แข่งขันกันโดยตรง แต่ตลาดกีฬาไม่ได้มีเฉพาะรองเท้าเท่านั้น เมื่อมองไปยังอุปกรณ์และกิจกรรมประเภทอื่น ยังมีพื้นที่ให้สินค้าไทยพิจารณาเข้าไปเจาะตลาดเพิ่มเติม
สรุปข่าว
ตลาดสินค้ากีฬาในจีนกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากกระแสรักสุขภาพและการออกกำลังกายที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปเจาะตลาด โดยเฉพาะ อุปกรณ์กอล์ฟ กีฬาทางน้ำ และอุปกรณ์ออกกำลังกาย แต่การแข่งขันไม่ได้ง่าย เพราะแบรนด์กีฬาจีนเองก็แข็งแกร่งขึ้น และกำลังขยายตลาดไปทั่วโลก
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ตลาดสินค้ากีฬาในจีนปี 2025 มีมูลค่า 2.49 ล้านล้านหยวน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.70 ล้านล้านหยวนในปี 2026 ขณะที่ยอดขายสินค้ากีฬาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตถึง 15.89%
อย่างไรก็ตาม การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกประเภทสินค้า ขณะที่แบรนด์จีนอย่าง Anta, Li-Ning, Xtep และ 361° กำลังเร่งพัฒนาสินค้าและใช้ความร่วมมือกับนักกีฬาระดับโลกสร้างความแข็งแกร่ง
สำหรับผู้ผลิตไทย แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่ข้อมูลการนำเข้าของจีนยังสะท้อนโอกาสในสินค้ากีฬาเฉพาะประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ การออกแบบ และนวัตกรรม
ตลาดสินค้ากีฬาจีนปี 2026 คาดแตะ 2.70 ล้านล้านหยวน
จีนเป็นหนึ่งในตลาดสินค้ากีฬาที่มีแนวโน้มขยายตัวดีเมื่อเทียบกับหลายตลาดของโลก แต่การแข่งขันภายในประเทศถือว่ารุนแรง ทั้งจากแบรนด์จีนและแบรนด์ต่างประเทศ
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ตลาดสินค้ากีฬาในจีนปี 2025 มีมูลค่า 2.49 ล้านล้านหยวน และคาดการณ์ว่าปี 2026 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.70 ล้านล้านหยวน
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากความตื่นตัวด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ทำให้การใช้สินค้ากีฬาขยายจากกลุ่มผู้เล่นกีฬาไปสู่การใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญคือช่องทางซื้อขายออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม JD.com, Taobao, Tmall และ Douyin ซึ่งกลายเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคจีน
รายงานระบุว่า ปี 2025 ยอดขายสินค้ากีฬารวมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวอยู่ที่ 449,394 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.89% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกประเภทสินค้า
รายงานเดียวกันระบุว่า กลุ่มสินค้ากีฬากลางแจ้ง ปีนเขา และตั้งแคมป์ มียอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 22% ขณะที่กลุ่มจักรยาน อุปกรณ์และอะไหล่ มียอดขายลดลง 6%
ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาดสินค้ากีฬาจีนจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังมีทั้งธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโต และธุรกิจที่ต้องปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค
ในเชิงธุรกิจ การขยายตัวของช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าโดยไม่ต้องพึ่งหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่ก็ทำให้การแข่งขันเพื่อเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นคำสั่งซื้อรุนแรงขึ้น
ผู้ประกอบการที่สามารถอธิบายคุณสมบัติสินค้าให้ตรงกับกิจกรรมและความต้องการของลูกค้า จึงอาจมีโอกาสมากกว่าผู้ที่มองตลาดกีฬาจีนเป็นผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันทั้งหมด
4 แบรนด์กีฬาจีน Anta–Li-Ning–Xtep–361° รุกตลาดโลก
นอกจากการแข่งขันภายในประเทศแล้ว แบรนด์กีฬาจีนอย่างน้อย 4 รายกำลังขยายบทบาทไปสู่ตลาดโลก โดยใช้ทั้งการพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และความร่วมมือกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียง
1. Anta – รองเท้าบาสเกตบอล
Anta จับมือ Kyrie Irving เพื่อพัฒนารองเท้าบาสเกตบอลเฉพาะสำหรับนักกีฬาและวางจำหน่ายทั่วโลก พร้อมให้เออร์วิงรับบทบาทด้านความคิดสร้างสรรค์ในธุรกิจบาสเกตบอล ความร่วมมือจึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาสินค้าและการสร้างภาพจำของแบรนด์
2. Li-Ning – บาสเกตบอลและแบดมินตัน
Li-Ning เชื่อมโยงธุรกิจบาสเกตบอลกับ Dwyane Wade และแบดมินตันกับ Loh Kean Yew สะท้อนกลยุทธ์สร้างตัวตนผ่านนักกีฬาในหลายประเภทกีฬา เพื่อเข้าถึงผู้เล่นที่มีความต้องการแตกต่างกัน
3. Xtep – รองเท้าวิ่งมาราธอน
Xtep เน้นรองเท้าวิ่งตระกูล 160X โดยข้อมูลผลประกอบการที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคมระบุถึงการพัฒนารุ่น 160X 7 ซึ่งใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ และการนำสินค้าไปใช้ในการแข่งขันจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในกลุ่มนักวิ่งที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ
4. 361° – รองเท้าวิ่งและบาสเกตบอล
361° ร่วมมือกับ Nikola Jokić ในธุรกิจบาสเกตบอล สะท้อนการใช้ทั้งเทคโนโลยีรองเท้าและชื่อเสียงของนักกีฬาระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
การขยายตัวของแบรนด์จีนทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในแต่ละประเภทกีฬา ขณะที่ผู้ผลิตต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสินค้าของตัวเองมีคุณค่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร
การแข่งขันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย เพราะเว็บไซต์ทางการของ Anta ในไทยระบุว่า มีทั้งรองเท้าบาสเกตบอลและรองเท้าวิ่งวางจำหน่ายแล้ว
ผู้ค้าจึงควรประเมินสินค้าแต่ละรุ่นจากการใช้งาน ความเหมาะสมกับผู้บริโภค และบริการหลังการขาย มากกว่าตัดสินจากประเทศต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ผลิตไทย การเติบโตของแบรนด์จีนอาจเพิ่มแรงกดดันในสินค้าที่แข่งขันกันโดยตรง แต่ตลาดกีฬาไม่ได้มีเฉพาะรองเท้าเท่านั้น เมื่อมองไปยังอุปกรณ์และกิจกรรมประเภทอื่น ยังมีพื้นที่ให้สินค้าไทยพิจารณาเข้าไปเจาะตลาดเพิ่มเติม
จีนนำเข้าอุปกรณ์กีฬาไทย 35.45 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.33%
แม้แบรนด์จีนจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศยังสะท้อนโอกาสสำหรับผู้ส่งออกอุปกรณ์กีฬาจากไทย
รายงานของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน อ้างอิงข้อมูลจาก Global Trade Atlas ระบุว่า
ในปี 2025 จีนนำเข้าอุปกรณ์กีฬาจากประเทศไทยมูลค่า 35.45 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.33% จากปีก่อน
แม้มูลค่าการนำเข้าจะกลับมาเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าปี 2023 ที่มีมูลค่า 40.48 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมสินค้าอุปกรณ์กีฬาใน พิกัดศุลกากร 9506 ไม่ใช่มูลค่าการส่งออกรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาทั้งหมดจากประเทศไทย
จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตีความว่าเป็นมูลค่ารวมของสินค้ากีฬาทุกประเภทที่ไทยส่งออกไปจีน
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ไทยยังมีโอกาสในสินค้ากีฬาเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะ อุปกรณ์กอล์ฟ กีฬาทางน้ำ และอุปกรณ์ออกกำลังกาย
เปิด 3 กลุ่มสินค้ากีฬาไทยที่มีโอกาสเจาะตลาดจีน
1. อุปกรณ์กอล์ฟ – ลูกกอล์ฟไทยมีฐานตลาดชัดเจน
ลูกกอล์ฟคิดเป็น 44% ของมูลค่าอุปกรณ์กีฬาที่จีนนำเข้าจากไทยในปี 2025 สะท้อนว่าผู้ผลิตไทยมีฐานการส่งออกในสินค้ากลุ่มนี้อยู่แล้ว
โอกาสสำคัญจึงอยู่ที่การต่อยอดคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อรักษาคำสั่งซื้อและขยายฐานลูกค้าในตลาดจีน
2. กีฬาทางน้ำ – ต้องเลือกประเภทสินค้าให้ตรงตลาด
กระดานวินด์เซิร์ฟและส่วนประกอบมีมูลค่าการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 20% แต่กลุ่มสกีน้ำ กระดานโต้คลื่น และอุปกรณ์กีฬาทางน้ำอื่นกลับลดลง 28%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สินค้ากีฬาทางน้ำไม่ได้เติบโตเหมือนกันทั้งหมด การเลือกประเภทสินค้าให้ตรงความต้องการจึงสำคัญกว่าการเข้าไปขายภายใต้คำว่าอุปกรณ์กีฬาทางน้ำเพียงอย่างเดียว
3. อุปกรณ์ออกกำลังกาย – โต 34% แต่ฐานตลาดยังเล็ก
อุปกรณ์ออกกำลังกายทั่วไปที่จีนนำเข้าจากไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 34% แต่คิดเป็นมูลค่าเพียง 137,216 ดอลลาร์
แม้อัตราการเติบโตจะสูง แต่ขนาดตลาดยังเล็กเมื่อเทียบกับสินค้าบางประเภท ผู้ประกอบการจึงต้องประเมินมูลค่าตลาดและจำนวนคำสั่งซื้อควบคู่กับอัตราการเติบโต ก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม
ความแตกต่างของตัวเลขทั้งสามกลุ่มสะท้อนว่า การเข้าไปเจาะตลาดกีฬาจีนไม่ควรมองเฉพาะภาพรวมของตลาดที่มีขนาดใหญ่ แต่ต้องพิจารณารายสินค้าอย่างละเอียด
สินค้าที่เติบโตเร็วอาจมีฐานตลาดเล็ก ขณะที่สินค้าที่มีมูลค่าการค้าสูงอาจต้องแข่งขันด้านคุณภาพและต้นทุนมากขึ้น
DITP แนะสินค้าไทยชูคุณภาพ–ดีไซน์–นวัตกรรม ใช้ออนไลน์เจาะผู้บริโภคจีน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน เสนอให้ผู้ประกอบการไทยสร้างความแตกต่างผ่าน คุณภาพ การออกแบบ และนวัตกรรม พร้อมใช้ช่องทางออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคจีน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้ากีฬาในจีนที่ขยายตัวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้ง JD.com, Taobao, Tmall และ Douyin
อย่างไรก็ตาม การขายออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยไม่มีต้นทุน เพราะยังต้องพิจารณาค่าโฆษณา ค่าการตลาด ค่าขนส่ง และบริการหลังการขาย
ในทางปฏิบัติ ผู้ขายจึงควรประเมินว่าราคาที่สามารถแข่งขันได้ยังเหลือกำไรเพียงพอหรือไม่ หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพและนวัตกรรมอาจช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์ของสินค้าอย่างชัดเจน
สำหรับสินค้ากอล์ฟ จุดขายอาจอยู่ที่คุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้า ขณะที่อุปกรณ์กีฬาทางน้ำต้องตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะประเภท ส่วนอุปกรณ์ออกกำลังกายอาจต้องพิจารณาความเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน ความทนทาน และบริการหลังการขาย
วิเคราะห์ตลาดกีฬาจีน โอกาสสินค้าไทยอยู่ที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่แข่งราคาทุกประเภท
การขยายตัวของตลาดสินค้ากีฬาจีนเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
จีนไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ยังมีผู้ผลิตและแบรนด์กีฬาที่สามารถแข่งขันในระดับโลก ทั้ง Anta, Li-Ning, Xtep และ 361°
ดังนั้น การเข้าไปแข่งขันในสินค้าที่แบรนด์จีนมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยอาศัยราคาต่ำเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการไทยทุกราย
ข้อมูลการนำเข้าอุปกรณ์กีฬาจากไทยแสดงให้เห็นว่า ยังมีโอกาสในสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะลูกกอล์ฟ อุปกรณ์กีฬาทางน้ำบางประเภท และอุปกรณ์ออกกำลังกาย
สำหรับผู้ผลิตไทยที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ควรต่อยอดคุณภาพสินค้าและความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อรักษาคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ ควรเริ่มจากการทดลองตลาดในสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญ ก่อนขยายกำลังผลิตหรือเพิ่มการลงทุนด้านการตลาด
การใช้ช่องทางออนไลน์อาจช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคจีนได้กว้างขึ้น แต่จำเป็นต้องควบคุมต้นทุนการขายและสร้างจุดเด่นของสินค้าให้ชัดเจน
โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่เพียงการเข้าไปขายสินค้าในตลาดกีฬาจีนที่มีมูลค่า 2.70 ล้านล้านหยวน แต่คือการเลือกสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบ และสร้างความแตกต่างให้ผู้บริโภคยอมจ่าย
เพราะตลาดที่มีขนาดใหญ่จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริง ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าได้อย่างมีกำไร และมีคำสั่งซื้อกลับมาอย่างต่อเนื่อง
ที่มารูปภาพ : chatgpt
