เคทีซี ชู “Proactive Fraud Management” เกราะรับมือภัยการเงินยุค Social Engineering

Share on Line Share on Facebook Share on X
เคทีซี ชู “Proactive Fraud Management” เกราะรับมือภัยการเงินยุค Social Engineering

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ได้รับรางวัลVisa Thailand Champion Security Award 2025ซึ่งเป็นรางวัลด้านความปลอดภัยจากวีซ่า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนมาตรฐานด้านการบริหารความเสี่ยงจากการทุจริต ความแข็งแกร่งของกระบวนการปฏิบัติงาน และความร่วมมือในการยกระดับความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน ท่ามกลางรูปแบบภัยการเงินที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น  

โดยนายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานควบคุมงานปฏิบัติการ และปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” และนางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต“เคทีซี”เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลจากนายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทยและนางสาวเชิญพร สวัสดิวร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ วีซ่า ประเทศไทย    

ภัยการเงินในปัจจุบันไม่ได้มุ่งโจมตีระบบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับมาใช้ “คน” เป็นช่องทางสำคัญมากขึ้น โดยรายงานประจำปี 2025 ของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า มิจฉาชีพได้ปรับรูปแบบจากการใช้แอปดูดเงิน ไปสู่การหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยตนเองผ่านกลวิธีSocial Engineeringโดยในปี 2568 มีการแจ้งเหตุภัยทุจริตกว่า363,286 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 24.57 พันล้านบาท   

 



สรุปข่าว

เคทีซีคว้า Visa Security Award 3 ปีซ้อน ชู “Proactive Fraud Management” เกราะรับมือภัยการเงินยุค Social Engineering

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ได้รับรางวัลVisa Thailand Champion Security Award 2025ซึ่งเป็นรางวัลด้านความปลอดภัยจากวีซ่า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนมาตรฐานด้านการบริหารความเสี่ยงจากการทุจริต ความแข็งแกร่งของกระบวนการปฏิบัติงาน และความร่วมมือในการยกระดับความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน ท่ามกลางรูปแบบภัยการเงินที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น  

โดยนายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานควบคุมงานปฏิบัติการ และปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” และนางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต“เคทีซี”เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลจากนายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทยและนางสาวเชิญพร สวัสดิวร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ วีซ่า ประเทศไทย    

ภัยการเงินในปัจจุบันไม่ได้มุ่งโจมตีระบบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับมาใช้ “คน” เป็นช่องทางสำคัญมากขึ้น โดยรายงานประจำปี 2025 ของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า มิจฉาชีพได้ปรับรูปแบบจากการใช้แอปดูดเงิน ไปสู่การหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยตนเองผ่านกลวิธีSocial Engineeringโดยในปี 2568 มีการแจ้งเหตุภัยทุจริตกว่า363,286 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 24.57 พันล้านบาท   

 



นายไรวินทร์กล่าวว่า “จุดเปลี่ยนสำคัญของภัยการเงินวันนี้คือ มิจฉาชีพไม่ได้พยายามเจาะระบบเพียงอย่างเดียว แต่หันมาใช้ Social Engineering สร้างความน่าเชื่อถือ ความกลัว หรือความเร่งด่วน เพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินการเอง การบริหารความเสี่ยงจึงต้องก้าวจากการป้องกันเชิงรับ ไปสู่Proactive Fraud Managementที่สามารถเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น”   

เคทีซีพัฒนาการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี ข้อมูล กระบวนการทำงาน และบุคลากรโดยนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายมาช่วยเฝ้าระวังและตรวจจับรายการที่มีความผิดปกติ เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยงจะเร่งตรวจสอบ แจ้งเตือน และติดต่อสมาชิก เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหาย ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อรูปแบบการทุจริตใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น   

ในมุมธุรกิจความปลอดภัยของธุรกรรมไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน (Operational Resilience) ความเชื่อมั่นของสมาชิก และความพร้อมในการรองรับการเติบโตของธุรกรรมดิจิทัลอย่างมีคุณภาพการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสียหายกับการรักษาประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับสมาชิก  


นายไรวินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ความปลอดภัยของระบบการชำระเงินไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง เคทีซีจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับวีซ่าและพันธมิตรในอุตสาหกรรม ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ให้สมาชิกสามารถสังเกตและป้องกันตนเองจากกลลวงทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ เพราะการรับมือภัยทุจริตที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งระบบที่แข็งแกร่ง การทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง และผู้บริโภคที่รู้เท่าทัน   

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของภาคการเงินไทยที่ยกระดับการบริหารภัยทุจริตดิจิทัลให้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การติดตามและตรวจจับ การจัดการเมื่อเกิดเหตุ และการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงได้ในเชิงรุกมากขึ้น 

นายไรวินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับเคทีซี รางวัลต่อเนื่อง 3 ปีไม่ใช่ปลายทาง และไม่ได้หมายความว่างานด้านความปลอดภัยสำเร็จแล้ว แต่เป็น benchmark ที่ทำให้เราต้องรักษาและยกระดับมาตรฐานต่อไป ความเสี่ยงเปลี่ยนทุกวัน เราจึงต้องพัฒนาทั้งคน กระบวนการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากรางวัล แต่เกิดจากการที่สมาชิกสามารถใช้จ่ายและทำธุรกรรมได้อย่างมั่นใจในทุกวัน นั่นคือมาตรฐานที่เราต้องรักษาให้ได้ในทุกธุรกรรม”

ที่มาข้อมูล : เคทีซี

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจเคทีซี
Visa Security Award
ภัยการเงินยุค Social Engineering
Proactive Fraud Management
ไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์