CMDF ทุ่ม 4,200 ล้าน เดินหน้าสร้างฐานตลาดทุนยั่งยืน หนุนคนไทยรู้การเงินปั้นเวลธ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
CMDF ทุ่ม 4,200 ล้าน เดินหน้าสร้างฐานตลาดทุนยั่งยืน หนุนคนไทยรู้การเงินปั้นเวลธ์

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า กองทุนยังเดินหน้าตามพันธกิจในการพัฒนาองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุน โดยในปี 2569 กองทุนมุ่งเน้นการคัดเลือกโครงการที่มี Impact ชัดเจนและเป็น Priority ต่อตลาดทุน ซึ่งในครึ่งปีแรกอนุมัติไปแล้ว 11 โครงการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และคาดว่าตลอดทั้งปีจะใช้เม็ดเงินสนับสนุนรวมประมาณ 600–800 ล้านบาท 


ทิศทางการดำเนินงานของ CMDF ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มุ่งตอบ 3 โจทย์ปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย เพื่อเร่งลด 3 ช่องว่างสำคัญของตลาดทุนไทย ได้แก่ การเข้าถึงตลาดทุน (Access) เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability) และการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust an Confidence) เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศตลาดทุนไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน


ทั้งนี้ ตั้งแต่ CMDF เริ่มดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กองทุนได้อนุมัติทุนสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 183 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,200 ล้านบาท โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่นำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของตลาดทุน ขณะที่โครงการด้านการศึกษาวิจัยและนวัตกรรม (R&D) มีจำนวนโครงการมากที่สุด ใช้เม็ดเงินรวมกว่า 400 ล้านบาท


โดย CMDF มุ่งเน้นการขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียน การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์หุ้นที่ถูกมองข้าม การผลิตงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง และการใช้เงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับทิศทางการทำงานในปี 2569 จะมุ่งตอบ 3 โจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย ดังนี้


โจทย์ที่ 1 การเข้าถึงตลาดทุน (Accessibility)


ตลาดทุนไทยยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงทั้งในฝั่งผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนโดยกลุ่ม ธุรกิจ New Economy และ Startup ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่ผู้ลงทุนยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนบางประเภท CMDF จึงสนับสนุนโครงการการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสู่ M&A และ IPO เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน ช่วยให้ตลาดทุนไทยเติบโตทั้งด้านความหลากหลายของธุรกิจและมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียน 


สำหรับเป้าหมายการระดมทุนกอง PE Trust อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง CMDF จะร่วมลงเงิน 300 ล้านบาท โดยจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 ก.ย.  


สำหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะเดินหน้าต่อยอดการเชื่อมโยงระบบนิเวศให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประกันภัยและผู้ลงทุนสถาบันเข้ามาร่วมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย โดยจัดทำการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยไทย ซึ่งคนไทยถือกรมธรรม์เพียง 40 ฉบับ ต่อ 100 คน ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งผลการศึกษาจะนำเสนอแนวทางต่อ คปภ. และกระทรวงการคลัง ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน เพื่อรองรับสังคมสูงวัย และดึงเม็ดเงินระยะยาวเข้าสู่ตลาดทุน


สรุปข่าว

CMDF ทุ่ม 4,200 ล้านบาท เดินหน้าลดช่องว่างตลาดทุนไทย มุ่งสร้างตลาดทุนไทยยั่งยืน ช่วยการเข้าถึงตลาดทุน เสริมความรู้การเงิน พัฒนาบุคลากรในตลาดทุนมุ่งเพิ่ม IB วางฐานตลาดหุ้นยั่งยืน เชื่อ TISA ช่วยเพิ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ พร้อมช่วยจ่ายค่าธรรมเนียม FA หนุนจำนวนธุรกิจที่จะเข้ามา IPO และตั้งกองทุนหนุนธุรกิจใหม่ New Economy และ JUMP+ เพิ่มโอกาสในการเลือกลงทุนเสริมความมั่งคั่งให้ผู้ลงทุนไทย

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า กองทุนยังเดินหน้าตามพันธกิจในการพัฒนาองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุน โดยในปี 2569 กองทุนมุ่งเน้นการคัดเลือกโครงการที่มี Impact ชัดเจนและเป็น Priority ต่อตลาดทุน ซึ่งในครึ่งปีแรกอนุมัติไปแล้ว 11 โครงการ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และคาดว่าตลอดทั้งปีจะใช้เม็ดเงินสนับสนุนรวมประมาณ 600–800 ล้านบาท 


ทิศทางการดำเนินงานของ CMDF ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มุ่งตอบ 3 โจทย์ปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย เพื่อเร่งลด 3 ช่องว่างสำคัญของตลาดทุนไทย ได้แก่ การเข้าถึงตลาดทุน (Access) เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability) และการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust an Confidence) เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศตลาดทุนไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน


ทั้งนี้ ตั้งแต่ CMDF เริ่มดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กองทุนได้อนุมัติทุนสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 183 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,200 ล้านบาท โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่นำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของตลาดทุน ขณะที่โครงการด้านการศึกษาวิจัยและนวัตกรรม (R&D) มีจำนวนโครงการมากที่สุด ใช้เม็ดเงินรวมกว่า 400 ล้านบาท


โดย CMDF มุ่งเน้นการขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียน การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์หุ้นที่ถูกมองข้าม การผลิตงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง และการใช้เงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับทิศทางการทำงานในปี 2569 จะมุ่งตอบ 3 โจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของตลาดทุนไทย ดังนี้


โจทย์ที่ 1 การเข้าถึงตลาดทุน (Accessibility)


ตลาดทุนไทยยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงทั้งในฝั่งผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนโดยกลุ่ม ธุรกิจ New Economy และ Startup ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่ผู้ลงทุนยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนบางประเภท CMDF จึงสนับสนุนโครงการการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสู่ M&A และ IPO เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน ช่วยให้ตลาดทุนไทยเติบโตทั้งด้านความหลากหลายของธุรกิจและมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียน 


สำหรับเป้าหมายการระดมทุนกอง PE Trust อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง CMDF จะร่วมลงเงิน 300 ล้านบาท โดยจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 ก.ย.  


สำหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะเดินหน้าต่อยอดการเชื่อมโยงระบบนิเวศให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประกันภัยและผู้ลงทุนสถาบันเข้ามาร่วมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย โดยจัดทำการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยไทย ซึ่งคนไทยถือกรมธรรม์เพียง 40 ฉบับ ต่อ 100 คน ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งผลการศึกษาจะนำเสนอแนวทางต่อ คปภ. และกระทรวงการคลัง ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน เพื่อรองรับสังคมสูงวัย และดึงเม็ดเงินระยะยาวเข้าสู่ตลาดทุน


โจทย์ที่ 2 เสริมสร้างศักยภาพและความรู้ทางการเงิน (Capability) 


CMDF สนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะทางการเงินครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน โดยมุ่งลดช่องว่างด้านความรู้และทักษะของบุคลากรในตลาดทุน ผ่านการให้ทุนสอบที่เป็น Global Certificate ต่าง ๆ เช่น CFA, CMT, FRM, CQF และ CAIA โดย CMDF ให้ทุนสนับสนุนบุคลากรในตลาดทุนสอบรับรองคุณวุฒิระดับโลกในรูปแบบสอบผ่านแล้วเบิกได้ ตั้งเป้าผลักดันให้ผู้ถือ CFA Level 3 ของไทยเพิ่มเกิน 1,000 คนในปี 2571 จากปัจจุบันไทยมีราว 700 คน ซึ่งยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่มีประมาณ 1,300 คน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อให้บุคคลากรมีเพียงพอที่จะรองรับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง(Wealth Management) ที่คนให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบันที่คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น 


รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และสนับสนุนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดอบรมหลักสูตร Investor Relations (IR) โดยมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารข้อมูลกับกลุ่มนักลงทุน ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความท้าทายจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เงินออมที่จำกัด และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย CMDF มุ่งเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความพร้อมทางการเงินผ่านการให้ความรู้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการส่งเสริมการออมระยะยาว


ทั้งนี้ สำหรับครึ่งปีหลังการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณยังคงเป็นประเด็นที่ CMDF ให้ความสำคัญ โดยจะต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเงินเพื่อการเกษียณผ่านงาน CMDF Symposium 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหลายมิติ ทั้งแนวทางการส่งเสริมความรู้ทางการเงินในระดับมหาวิทยาลัย การยกระดับการออมผ่านช่องทางตลาดทุน และการวางแผนบริหารเงินหลังเกษียณ 


ตลอดจนการนำเสนอผลการศึกษาภายใต้โครงการวิจัย TISA (Thailand Individual Savings Account) ที่มุ่งวางรากฐานระบบส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมนำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาเป็นมาตรการส่งเสริมการออมสำหรับประชาชนทั่วไปต่อไป ทั้งนี้ CMDF ศึกษาโครงสร้างต้นแบบจาก NISA ของญี่ปุ่น โดยนำเสนอแนวคิดบัญชีออมลงทุนระยะยาวที่ครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดย CMDF เตรียมทำ Education Campaign สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจอย่างทั่วถึงทันทีที่ภาครัฐอนุมัติ โดยเชื่อมั่นว่า TISA จะช่วยขยายฐานผู้ลงทุนหน้าใหม่มากขึ้น


โจทย์ที่ 3 การสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน (Trust and Confidence) 


ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนเป็นรากฐานสำคัญของตลาดทุน โดยตลาดทุนยังมีความท้าทายทั้งจากภัยหลอกให้ลงทุน ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการคุ้มครองข้อมูล ในช่วงที่ผ่านมา CMDF จึงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน ผ่านการโครงการ TCM-CERT,Data Exchange Platform รวมถึงการศึกษาเชิงนโยบายด้าน Fraud & Investor Protection 


สำหรับครึ่งปีหลัง CMDF จะต่อยอดการสร้างความเชื่อมั่นไปสู่การยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ผ่านแนวทาง Corporate Value Up ภายใต้โครงการ JUMP+ Phase 2 ซึ่งดำเนินโครงการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในระยะยาว


ทั้งนี้ CMDF สนับสนุนงบประมาณให้ บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เข้าร่วมโครงการ สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อบริษัท รวม 142 บริษัท แบ่งเป็น SET 86 ราย, mai 56 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Services และมี Market Cap ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยโครงการครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ/ESG, การจัดทำบทวิเคราะห์โดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพรวมและไฮไลต์ที่น่าสนใจ เช่น ROE ที่ดีขึ้น หรือกำไรที่พุ่งสูงขึ้น และการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์้เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนต่อไป


ด้านสถานะกองทุน CMDF ในปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมเกือบ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนสำหรับบริหารจัดการประมาณ 5,000 ล้านบาท บริหารจัดการกระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มีผลตอบแทนเฉลี่ย 4–5% ต่อปี และเงินสภาพคล่องสำหรับดำเนินงาน (Working Capital) ประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อใช้หมุนเวียนในการดำเนินงานและสนับสนุนโครงการต่างๆ ในแต่ละปี นอกจากนี้ กองทุนยังได้รับเงินนำส่งประจำปีจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามกฎหมายเข้ามาสมทบทำให้กองทุนมีสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง 


ที่มาข้อมูล : CMDF

ที่มารูปภาพ : CMDF

แท็กบทความ

CMDFจักรชัย บุญยะวัตร
PE Trust
แนวทางเพิ่ม IPO ในตลาดหุ้นไทย
TISA