"ทรัมป์" ประกาศชัยชนะศึกอิหร่าน สวนทางความจริง-น้ำมันผันผวน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ภารกิจในอิหร่านประสบความสำเร็จแล้ว ท่ามกลางคำถามว่า สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายของสงครามมากน้อยเพียงใด เพราะความขัดแย้งยังดำเนินต่อ และยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะยุติเมื่อใด

ทรัมป์เผยแพร่ภาพผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมข้อความ "ภารกิจสำเร็จ ปี 2026" โดยมีภาพของตนเองและอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตระหว่างความขัดแย้ง

ถ้อยคำดังกล่าวถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เมื่อปี 2003 เมื่ออดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช กล่าวถึงความสำเร็จของปฏิบัติการในอิรัก บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln แต่หลังจากนั้นสงครามอิรักยังยืดเยื้อต่ออีกหลายปี

สำหรับอิหร่าน เป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศไว้ ครอบคลุมทั้งการยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร การหยุดอิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และการตัดการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป้าหมายทั้งหมดบรรลุผลแล้ว ขณะที่โครงสร้างอำนาจภายในอิหร่านยังคงดำเนินต่อภายใต้ผู้นำชุดใหม่

สรุปข่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภารกิจในอิหร่านสำเร็จ แม้สงครามยังไม่ยุติ ขณะที่ราคาพลังงานผันผวน ต้นทุนธุรกิจเพิ่ม และแรงกดดันทางการเมืองทวีขึ้นก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ภารกิจในอิหร่านประสบความสำเร็จแล้ว ท่ามกลางคำถามว่า สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายของสงครามมากน้อยเพียงใด เพราะความขัดแย้งยังดำเนินต่อ และยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะยุติเมื่อใด

ทรัมป์เผยแพร่ภาพผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมข้อความ "ภารกิจสำเร็จ ปี 2026" โดยมีภาพของตนเองและอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตระหว่างความขัดแย้ง

ถ้อยคำดังกล่าวถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เมื่อปี 2003 เมื่ออดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช กล่าวถึงความสำเร็จของปฏิบัติการในอิรัก บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln แต่หลังจากนั้นสงครามอิรักยังยืดเยื้อต่ออีกหลายปี

สำหรับอิหร่าน เป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศไว้ ครอบคลุมทั้งการยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร การหยุดอิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และการตัดการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป้าหมายทั้งหมดบรรลุผลแล้ว ขณะที่โครงสร้างอำนาจภายในอิหร่านยังคงดำเนินต่อภายใต้ผู้นำชุดใหม่

แรงกดดันยังเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พบว่า ชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 31 สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ลดลงจากร้อยละ 37 เมื่อเดือนมีนาคม สะท้อนว่ากระแสสนับสนุนสงครามกำลังอ่อนตัวลง แม้ในฐานเสียงบางส่วนของพรรครีพับลิกัน

ด้านเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และเบี้ยประกันภัยการเดินเรือ แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะลดลงมาอยู่บริเวณ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านและโอมานหารือแนวทางเปิดเส้นทางเดินเรือบางส่วน แต่การส่งออกพลังงานยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

สถานการณ์นี้จึงส่งผ่านต้นทุนไปยังสายการบิน โลจิสติกส์ ภาคการผลิต และราคาสินค้าในสหรัฐฯ กลายเป็นความเสี่ยงต่อค่าครองชีพและคะแนนนิยมของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะหากสงครามยังยืดเยื้อ หลังผู้นำสหรัฐฯ ประกาศชัยชนะไปแล้ว