เอกนิติ ตั้งเป้าลงทุนสู่ 30% GDP ปั้นเศรษฐกิจไทยรอบใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
เอกนิติ ตั้งเป้าลงทุนสู่ 30% GDP ปั้นเศรษฐกิจไทยรอบใหม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ เพื่อกลับมาแข่งขันในเอเชียอีกครั้ง โดยการลงทุนจริงในประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขยายตัวระดับ 2 หลักติดต่อกัน 2 ไตรมาส ล่าสุดไตรมาส 2 โตร้อยละ 14 สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี สะท้อนไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน การฟื้นตัวของการลงทุนได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองและความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจ 

ขณะที่การลงทุนรอบใหม่จะมีความสำคัญต่อการสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อให้การลงทุนกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของ AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ 


สรุปข่าว

"เอกนิติ" ชี้ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน หลังการลงทุนจริงฟื้นตัวแรง ไตรมาส 2 โต 14% สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ รัฐบาลเดินหน้าดึง FDI ผ่าน PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ Thailand Fast Pass หลังยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนต่างชาติผ่าน BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 37% แตะ 1.47 ล้านล้านบาท เป้าหมายต่อไปคือดัน GDP โตเกิน 3% ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก พร้อมใช้ตลาดทุนเชื่อมบริษัท New Economy และ SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ เพื่อกลับมาแข่งขันในเอเชียอีกครั้ง โดยการลงทุนจริงในประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขยายตัวระดับ 2 หลักติดต่อกัน 2 ไตรมาส ล่าสุดไตรมาส 2 โตร้อยละ 14 สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี สะท้อนไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน การฟื้นตัวของการลงทุนได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองและความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจ 

ขณะที่การลงทุนรอบใหม่จะมีความสำคัญต่อการสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อให้การลงทุนกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของ AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ 


โดยรัฐบาลวางกรอบขับเคลื่อน 3 ด้าน คือ สร้างเสถียรภาพวันนี้ เปลี่ยนผ่านทันที และลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 ของ GDP สำหรับการดึงดูดการลงทุน รัฐบาลจะใช้ทั้ง PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่ง FDI โดยยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI ในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 มีมูลค่าสะสมกว่า 1.47 ล้านล้านบาท 


ขณะที่เป้าหมายระยะยาวคือผลักดัน GDP ให้เติบโตมากกว่าร้อยละ 3 และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่ 20 อันดับแรกของโลก นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งใช้ตลาดทุนเป็นกลไกต่อยอดการลงทุน ผ่านการขยายฐานผู้ลงทุนระยะยาว การดึงบริษัท New Economy เข้าสู่ตลาดผ่านโครงการ BOI to IPO และสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนด้วยโครงการ JUMP+ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและนวัตกรรม รวมถึงผลักดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนใหม่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย

ที่มาข้อมูล : ตลท.

ที่มารูปภาพ : ตลท.