กระทรวงพาณิชย์ชู 5 โมเดล ช่วย SME รอด ปั้นยูนิคอร์นไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
กระทรวงพาณิชย์ชู 5 โมเดล ช่วย SME รอด ปั้นยูนิคอร์นไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจและ SME ไทย” ว่า เศรษฐกิจไทยที่เติบโตได้ในปีนี้ไตรมาสแรกโตร้อยละ 2.8 และไตรมาส 2 ที่ร้อยละ 1.9 หลักๆ เติบโตมาจากการส่งออก ขณะที่ตลาดที่ส่งออกก็กระจุกตัว เช่นเดียวกันผู้ประกอบการส่งออกก็กระจุกตัวอยู่ที่รายใหญ่ สะท้อนจากผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 3 หมื่นราย เป็น SME มากกว่า 2.2 หมื่นราย แต่มีสัดส่วนการส่งออกเพียงร้อยละ 14 ส่วนกำลังซื้อหรือการบริโภคในประเทศยังชะลอ 


และจากภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่งผลให้การแข่งขันที่เน้นต้นทุนถูกที่สุด ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเราจะรอด แต่ยังขึ้นกับการหาคุณค่าและประสบการณ์ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนและใช้กำหนดกลยุทธ์ ทำตลาด และแข่งขันได้ ขณะที่ SME ที่มีจำนวนมากราว 3.3 ล้านราย มีพื้นฐานธุรกิจที่ยังไม่แข็งแรง ไม่ได้พัฒนาให้เติบโตจากการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อความโดดเด่นมากขึ้น 


เห็นได้จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า SME ไม่รู้เรื่องบัญชี การลงทุน ทำให้ธุรกิจขายดีแต่ขาดทุน บางรายตั้งราคาไม่ถูก หรือบางรายไม่รู้ระบบคลังสินค้า ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาไม่รู้ว่าควรสต็อกสินค้ามาแค่ไหน 

สรุปข่าว

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าฟื้นธุรกิจ SME ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชู 5 จุดเปลี่ยนหนุนให้ SMEs รอด และมีโอกาสเกิดยูนิคอร์นจากไทยรายใหม่ พร้อมจับมือพันธมิตรทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์สร้างกลไกและเครือข่ายหนุนผู้ประกอบการ ซึ่งงานนี้มีผู้ประกอบการสนใจลงทะเบียนร่วมงานคึกคักกว่า 2,000 คน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจและ SME ไทย” ว่า เศรษฐกิจไทยที่เติบโตได้ในปีนี้ไตรมาสแรกโตร้อยละ 2.8 และไตรมาส 2 ที่ร้อยละ 1.9 หลักๆ เติบโตมาจากการส่งออก ขณะที่ตลาดที่ส่งออกก็กระจุกตัว เช่นเดียวกันผู้ประกอบการส่งออกก็กระจุกตัวอยู่ที่รายใหญ่ สะท้อนจากผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 3 หมื่นราย เป็น SME มากกว่า 2.2 หมื่นราย แต่มีสัดส่วนการส่งออกเพียงร้อยละ 14 ส่วนกำลังซื้อหรือการบริโภคในประเทศยังชะลอ 


และจากภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่งผลให้การแข่งขันที่เน้นต้นทุนถูกที่สุด ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเราจะรอด แต่ยังขึ้นกับการหาคุณค่าและประสบการณ์ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนและใช้กำหนดกลยุทธ์ ทำตลาด และแข่งขันได้ ขณะที่ SME ที่มีจำนวนมากราว 3.3 ล้านราย มีพื้นฐานธุรกิจที่ยังไม่แข็งแรง ไม่ได้พัฒนาให้เติบโตจากการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อความโดดเด่นมากขึ้น 


เห็นได้จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า SME ไม่รู้เรื่องบัญชี การลงทุน ทำให้ธุรกิจขายดีแต่ขาดทุน บางรายตั้งราคาไม่ถูก หรือบางรายไม่รู้ระบบคลังสินค้า ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาไม่รู้ว่าควรสต็อกสินค้ามาแค่ไหน 

ทั้งนี้ จากภาพข้างต้นกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินการเพื่อเป็นทางรอดของ SME ไทย โดยมี 5 จุดเปลี่ยน เพื่อให้ SME อยู่รอดและเติบโต ดังนี้

1.เปลี่ยนการแข่งขันด้านราคา เป็นการแข่งขันด้านคุณภาพ

2.เปลี่ยนการขายสินค้า เป็นการสร้างแบรนด์และประสบการณ์

3.เปลี่ยนการตัดสินใจด้วยประสบการ เป็นการใช้ข้อมูลและ AI 

4.เปลี่ยนการขายช่องทางเดียว เป็นการเชื่อมทุกช่องทาง 

5.เปลี่ยนการทำคนเดียว เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร 


นอกจากนี้ กระทรวงฯยังร่วมมือกับพันธมิตรในการช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและเศรษฐกิจชุมชน การสร้างตลาดและรายได้ รวมทั้งสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมปราบนอมินี ทั้งหมดเพื่อร่วมกันเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส เปลี่ยนข้อจำกัดเป็นแรงผลักเพื่อเติบโตได้ระยะยาว รวมทั้งสร้างโอกาสที่จะสร้างยูนิคอร์นไทยรายใหม่ ซึ่งจะมีส่วนผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในระยต่อไป 


ทั้งนี้ LiVE Platform ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” โดยได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจ และ SME ไทย” 


ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ผู้บริหาร ผู้ลงทุน กูรูธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร 22 แห่ง มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ SME ปลดล็อกโอกาสใหม่ในทุกมิติของการเติบโต โดยมีผู้ประกอบการ SME Startup และผู้บริหารองค์กร ซึ่งมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 2,000 คน ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ

แท็กบทความ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ทางรอด SME
ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์
โอกาสและทางรอดเอสเอ็มอีไทย
แนวทางแข่งขันธุรกิจรายเล็ก