
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สรุปข่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
“ศุภจี” ชี้สุวรรณภูมิไม่ใช่แค่สนามบิน แต่คือประตูด่านแรกของประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการลงมาดูปัญหาที่เกิดขึ้นจริงบริเวณด่านหน้าของประเทศ เนื่องจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้เป็นเพียงสนามบิน แต่เป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวสัมผัสประเทศไทย หากต้องใช้เวลานานในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง หรือพบความไม่สะดวก ย่อมส่งผลต่อความประทับใจ ความเชื่อมั่น และรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวม
รัฐบาลจึงต้องการยกระดับการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ตั้งแต่ขั้นตอนการผ่านตรวจคนเข้าเมือง การรับกระเป๋า การเดินทางออกจากสนามบิน ตลอดจนประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวระหว่างรอคิว
นางศุภจีระบุว่า การแก้ปัญหาจะต้องแยกให้ชัดว่า เรื่องใดสามารถดำเนินการได้ทันที เรื่องใดต้องใช้งบประมาณ เรื่องใดจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย และเรื่องใดต้องวางแผนระยะยาว โดยทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างแก้ปัญหาเฉพาะส่วน
เร่งแก้คอขวด ตม. ลดเวลารอช่วงผู้โดยสารหนาแน่น
สำหรับมาตรการระยะสั้น รัฐบาลเน้นการลดระยะเวลารอคิวตรวจคนเข้าเมือง โดยจะบริหารกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น เพิ่มพื้นที่พักคอย และขยายจำนวนสัญชาติที่สามารถใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Auto Gate
การเพิ่ม Auto Gate มีเป้าหมายเพื่อระบายผู้โดยสารที่ผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงต่ำออกจากคิวตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย
ตม. เตรียมขยาย Auto Gate รองรับต่างชาติ 33 สัญชาติ
พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า ตม.เตรียมขยายการให้บริการ Auto Gate ขาเข้าสำหรับชาวต่างชาติเป็น 33 สัญชาติ จากปัจจุบันที่รองรับบุคคลสัญชาติไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง
การคัดเลือกสัญชาติจะพิจารณาจากข้อมูล Henley Passport Index สถิติการปฏิเสธเข้าเมือง และระดับความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้ทันช่วงไฮซีซั่นของปีนี้
ปัจจุบันช่วงโลว์ซีซั่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยประมาณ 70,000–75,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงพีกระหว่างเวลา 14.00–17.00 น. มีผู้โดยสารเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองประมาณ 5,000–6,000 คนต่อชั่วโมง
ส่วนช่วงไฮซีซั่น คาดว่าจำนวนผู้โดยสารอาจเพิ่มขึ้นเป็น 85,000–100,000 คนต่อวัน ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องจัดกำลังเต็มทุกช่องตรวจในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
สำหรับ Auto Gate ใช้เวลาตรวจเฉลี่ยประมาณ 24–30 วินาทีต่อคน หากไม่พบประเด็นด้านความมั่นคง และเมื่อระบบพร้อมเต็มรูปแบบ คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าได้ประมาณ 50% ผ่านช่องตรวจอัตโนมัติ ขณะที่ผู้โดยสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมยังคงต้องผ่านเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐานด้านความมั่นคง
เตือนนักท่องเที่ยวระวังเว็บ TDAC ปลอม
อีกประเด็นที่รัฐบาลเร่งแก้ไขคือปัญหาเว็บไซต์ปลอมของ Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC หลังพบว่านักท่องเที่ยวบางส่วนถูกเว็บไซต์ปลอมหลอกเรียกเก็บค่าบริการ ทั้งที่ระบบ TDAC ทางการไม่มีค่าธรรมเนียม
นางศุภจีจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์และประสานสายการบิน เพื่อแจ้งข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเช็กอิน พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบและใช้ QR Code จากช่องทางทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
เปลี่ยนเวลารอคิว ตม. ให้เป็นประสบการณ์แบบไทย
นอกจากการแก้ปัญหาด้านระบบและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว รัฐบาลยังต้องการลดความรู้สึกด้านลบระหว่างรอคิว โดยนำแนวคิดด้าน Hospitality เข้ามาปรับใช้ เช่น ระบบจัดการคิวที่ช่วยให้ผู้โดยสารไม่ต้องยืนรอเป็นเวลานาน รวมถึงจัดกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยในบริเวณที่เหมาะสม
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามองว่า ความประทับใจแรกของนักท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สนามบิน ดังนั้น หากต้องรอคิวในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น การบริหารจัดการด้านกายภาพควรดำเนินควบคู่กับการดูแลความรู้สึกของผู้โดยสาร
เบื้องต้นเตรียมหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เพื่อนำการแสดงโขน หุ่นละครโจหลุยส์ หรือดนตรีพื้นบ้าน มาสร้างบรรยากาศความเป็นไทยในพื้นที่ที่เหมาะสม
ระยะกลางเล็งเปิดจุดตรวจ ตม. ที่ Satellite Terminal
สำหรับมาตรการระยะกลาง นางศุภจีมอบหมายให้นายสิริพงศ์หารือร่วมกับ ทอท. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ Satellite Terminal เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม
แนวทางดังกล่าวจะช่วยกระจายผู้โดยสารออกจากโถงตรวจคนเข้าเมืองของอาคารหลัก โดยศึกษาระบบเชื่อมต่อผู้โดยสารที่ผ่าน ตม. แล้วไปยังจุดรับกระเป๋า เพื่อช่วยลดแรงกดดันและความแออัดในพื้นที่ส่วนกลาง
ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งขาเข้าและขาออก โดย ทอท. มีแผนปรับพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาเช็กอินก่อนเวลา รวมถึงปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่กิจกรรมหรือเชิงพาณิชย์ เพื่อลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร
เร่ง East Terminal เพิ่มขีดความสามารถสุวรรณภูมิ
สำหรับแผนระยะยาว รัฐบาลเตรียมเร่งผลักดัน East Terminal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นางศุภจีกล่าวว่า การเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินมีความสำคัญต่อการรองรับ Visitor Economy โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยต้องการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องยกระดับระบบบริการและโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบสนามบิน พื้นที่พักคอยผู้โดยสารต่อเครื่อง จุดบริการร้านค้าและอาหารขาเข้า การจัดระเบียบรถสาธารณะ การดูแลสายพานรับกระเป๋า การลาดตระเวนร่วมของตำรวจท่องเที่ยว การปราบปรามไกด์เถื่อน รวมถึงการใช้ CCTV และศูนย์สั่งการอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
นางศุภจีระบุว่า หลังการลงพื้นที่ครั้งนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และผลลัพธ์ที่ชัดเจน เรื่องใดสามารถทำได้ทันทีต้องเร่งดำเนินการ ส่วนเรื่องที่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานหรืองบประมาณจะต้องนำกลับไปวางแผนในระดับรัฐบาล เพื่อให้สุวรรณภูมิเป็นประตูประเทศที่สร้างความประทับใจและสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ศุภจีโปรโมตสินค้าไทยในญี่ปุ่น ดันผลไม้พรีเมียม-เร่งส่งออกกล้วยหอม
- ก.ล.ต.-ตลท.ร่วมกับ 23 หน่วยงาน MOU ปราบปรามนอมินีและทุนเทา
- ศุภจี แจง 6 ประเด็นไลฟ์สด "ขายทุเรียน" ปมราคา - ผนึกอินฟลูเอนเซอร์
- กางโรดแมปส่งออกข้าวไทยปี 2569 กับภารกิจยกระดับรายได้เกษตรกร
- "ศุภจี" ยืนยันรัฐมีมาตรการรองรับหากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์
ที่มารูปภาพ : กระทรวงพาณิชย์
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
