
นายกรทิพย์ พฤกษ์ประเสริฐดี นักวิจัยข้อมูลอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่มีกำหนดการที่จะเริ่มประกาศใช้ในปี 2570 ขณะนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
สรุปข่าว
นายกรทิพย์ พฤกษ์ประเสริฐดี นักวิจัยข้อมูลอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่มีกำหนดการที่จะเริ่มประกาศใช้ในปี 2570 ขณะนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
และอยู่ในช่วงการทำประชาพิจารณ์เป็นเวลา 90 วัน หลังจากนั้นจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผังเมือง เพื่อดำเนินการประกาศใช้ต่อไป
อย่างไรก็ตามในอดีตต้นทุนการพัฒนาใน กทม. สูงจากข้อจำกัดผังเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัดถูกบีบให้ออกไปซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐม
แต่ KKP ประเมินว่า ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ผ่อนปรนข้อกำหนดหลายประการ อาทิการลดขนาดแปลงที่ดินขั้นต่ำปลดล็อกพื้นที่ให้สามารถสร้างทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวาได้ และการเพิ่มขีดความสามารถในการก่อสร้างขยายเพดานพื้นที่ก่อสร้างอาคารสูงในหลายเส้นทาง
นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนต่อยูนิตได้ต่ำลง สามารถทำราคาขายแข่งขันกับโครงการชานเมืองได้ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าThe Pull-Back Effect
หรือสภาวะที่กำลังซื้อถูกดึงกลับเข้าสู่เขตกรุงเทพฯ
ด้านนายกวิน สุปินะเจริญ ที่ปรึกษาการบริหารการออกแบบ-ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า สำหรับ 5 ทำเลที่จะได้รับประโยชน์จากการปรับผังเมืองใหม่ ได้แก่ 1.โซนตอนเหนือ-ตะวันตก (นนทบุรี-นครปฐม)
เป็นโซนที่กินส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างสูง มูลค่าตลาดซื้อขายประมาณ 16,000 ล้านบาทต่อปี
2.โซนลำลูกกา-รังสิต (ปทุมธานี)
มูลค่าตลาดซื้อขายประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี
3.โซนหลวงแพ่ง-ลาดกระบัง สุวินทวงศ์ วัดศรีวารีน้อย
มูลค่าตลาดซื้อขายประมาณ 7,400 ล้านบาทต่อปี
4.โซนฝั่งธนบุรี (ตากสิน-เพชรเกษม ปะทะ จอมทอง)
มูลค่าตลาดซื้อขายประมาณ 5,300 ล้านบาทต่อปี
5.โซนรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว
มูลค่าตลาดซื้อขายหลักเป็นสินค้าประเภทคอนโดมิเนียม 10,800 ล้านบาทต่อปี
โดยร่างผังเมือง กทม. ใหม่ มีการปลดล็อกและอัปเกรดศักยภาพที่ดิน (Up-zoning) ในเขตลาดพร้าวและตามแนวถนนลาดพร้าว เพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าเส้นอื่นๆ จากที่ดินขนาดเท่าเดิมจะสามารถสร้างพื้นที่อาคาร (Gross Floor Area) ได้มากขึ้น 1.5 - 2 เท่า
ทำให้ราคาขายต่อยูนิตลดลง ซึ่งจะดึงดูดทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุนจากบริเวณรัชดาภิเษก-พระราม 9 ให้ขยับมาสู่ย่านลาดพร้าว เพราะจะได้ราคาที่ต่ำลง หรือขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นในงบประมาณเท่าเดิ
- "ป้าสนอง" ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอความเป็นธรรมปมข้อพิพาทที่ดิน
- ราคาบ้าน VS เงินเดือนไทย ทำไมคนไทยซื้อบ้านยากขึ้นเรื่อยๆ ?
- สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เผยวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ยื่ดเยื้อ กระทบราคาวัสดุปรับตัวพุ่งสูงขึ้น
- รู้จัก Thailand Blue Effect เมื่อนักท่องเที่ยวรู้เศร้าซึม คิดถึงประเทศไทย
- “บ้าน” ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เมื่อวิกฤตภูมิอากาศรุนแรง บีบชีวิตและสุขภาพมนุษย์
