TDO ชี้ “ความเชื่อมั่น” โจทย์ใหญ่สินทรัพย์ดิจิทัลไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
TDO ชี้ “ความเชื่อมั่น” โจทย์ใหญ่สินทรัพย์ดิจิทัลไทย

สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ชี้ “ความเชื่อมั่น” เป็นโจทย์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะต่อไป แม้ตลาดโลกกลับมาเติบโตและ Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กิจกรรมการซื้อขายในประเทศไทยยังไม่กลับไปสู่ระดับเดิม สะท้อนว่าผู้ใช้งานยังมีข้อกังวลต่อความปลอดภัยและการฝากสินทรัพย์กับผู้ประกอบการ พร้อมเสนอ 3 แนวทางยกระดับ ธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ตลาด

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธาน TDO กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะพัฒนาขึ้นจากแนวคิด Trustless หรือระบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความไว้วางใจต่อตัวกลาง แต่เมื่อผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากไว้กับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการก็มีบทบาทเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินแทนลูกค้า ซึ่งทำให้ “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ

คำถามสำคัญของผู้ใช้งานจึงอยู่ที่ว่า สินทรัพย์ยังปลอดภัยหรือไม่ และเมื่อถึงเวลาต้องการถอนจะสามารถถอนออกมาได้หรือไม่ ดังนั้น ความเชื่อมั่นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม

ประธาน TDO กล่าวว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมาพร้อมความรับผิดชอบหลายด้าน ทั้งการดำเนินธุรกิจให้อยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต การดูแลระบบให้พร้อมใช้งาน รวมถึงการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยใบอนุญาตไม่ควรถูกมองเป็นเพียงใบรับรอง แต่เป็นคำมั่นที่ผู้ประกอบการต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลที่ต้องสะท้อนข้อเท็จจริง แม้ในสถานการณ์ที่ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่เป็นผลดีกับบริษัท


สรุปข่าว

TDO ชี้ “ความเชื่อมั่น” คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม หลังมูลค่าซื้อขายและบัญชีที่ซื้อขายจริงในไทยลดลงราว 60% แม้ Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ เสนอ 3 แนวทาง ยกระดับ Compliance–มาตรฐานสากล–ความโปร่งใส พร้อมผลักดัน ISO 27001, SOC 2 และ Proof of Reserves ย้ำใบอนุญาตคือ “คำสัญญาที่ต้องรักษาทุกวัน” ต้องสร้างระบบตรวจพบความผิดปกติเร็ว รายงานตรง และแก้ไขทัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นระยะยาว

สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ชี้ “ความเชื่อมั่น” เป็นโจทย์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในระยะต่อไป แม้ตลาดโลกกลับมาเติบโตและ Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กิจกรรมการซื้อขายในประเทศไทยยังไม่กลับไปสู่ระดับเดิม สะท้อนว่าผู้ใช้งานยังมีข้อกังวลต่อความปลอดภัยและการฝากสินทรัพย์กับผู้ประกอบการ พร้อมเสนอ 3 แนวทางยกระดับ ธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ตลาด

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธาน TDO กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะพัฒนาขึ้นจากแนวคิด Trustless หรือระบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความไว้วางใจต่อตัวกลาง แต่เมื่อผู้ใช้งานนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากไว้กับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการก็มีบทบาทเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินแทนลูกค้า ซึ่งทำให้ “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ

คำถามสำคัญของผู้ใช้งานจึงอยู่ที่ว่า สินทรัพย์ยังปลอดภัยหรือไม่ และเมื่อถึงเวลาต้องการถอนจะสามารถถอนออกมาได้หรือไม่ ดังนั้น ความเชื่อมั่นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม

ประธาน TDO กล่าวว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมาพร้อมความรับผิดชอบหลายด้าน ทั้งการดำเนินธุรกิจให้อยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต การดูแลระบบให้พร้อมใช้งาน รวมถึงการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยใบอนุญาตไม่ควรถูกมองเป็นเพียงใบรับรอง แต่เป็นคำมั่นที่ผู้ประกอบการต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลที่ต้องสะท้อนข้อเท็จจริง แม้ในสถานการณ์ที่ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่เป็นผลดีกับบริษัท


ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการรายงานข้อมูลที่ไม่เพียงพอหรือไม่ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งเมื่อความเชื่อมั่นถูกกระทบ ผลเสียไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่สามารถส่งผลต่อภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม

ด้านกิจกรรมตลาด TDO ระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดในรอบก่อน ประเทศไทยมีมูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลประมาณ 252,000 ล้านบาท และมีบัญชีที่ซื้อขายจริงประมาณ 649,000 บัญชี ขณะที่เดือนตุลาคม 2568 แม้ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่ารอบก่อนมาก แต่มูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอยู่ที่ประมาณ 102,000 ล้านบาท และมีบัญชีที่ซื้อขายจริงประมาณ 256,000 บัญชี หรือลดลงราว 60%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกยังอยู่ในระดับสูง แต่กิจกรรมในตลาดไทยยังไม่ฟื้นกลับไปเท่ากับช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้คนสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้ใช้งาน มั่นใจที่จะกลับมาซื้อขายและฝากสินทรัพย์ไว้กับแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม นายนิรันดร์มองว่า อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในปัจจุบันพัฒนาขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ทั้งการแยกทรัพย์สินของลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัท มาตรฐานการดูแลสินทรัพย์ หรือ Custody การบริหาร Cold Wallet และ Hot Wallet กระบวนการ KYC และ AML ตลอดจนการตรวจสอบด้าน Cybersecurity รวมถึงผู้ประกอบการหลายรายที่ได้รับมาตรฐานสากลอย่าง ISO 27001 และ SOC 2

สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องเดินหน้าต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ แต่ต้องสร้างระบบที่สามารถ ตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็ว เปิดเผยข้อมูลได้ถูกต้อง และลดการพึ่งพาดุลยพินิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

TDO เสนอ 3 แนวทางฟื้นความเชื่อมั่น

1. ยกระดับระบบตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน

ผู้ประกอบการควรมีฝ่าย Compliance ที่เป็นอิสระจากฝ่ายปฏิบัติการ มีระบบตรวจสอบย้อนหลังและช่องทางแจ้งเบาะแส รวมถึงกำหนดขั้นตอนล่วงหน้าว่าเมื่อเกิดเหตุสำคัญต้องรายงานข้อมูลใด ต่อใคร และภายในระยะเวลาเท่าใด เพื่อลดการตัดสินใจเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤต

2. ผลักดันมาตรฐานรับรองระดับสากล

TDO เสนอให้ผลักดันมาตรฐาน เช่น ISO 27001 และ SOC 2 เพื่อให้ระบบควบคุม ความปลอดภัย และกระบวนการภายในของผู้ประกอบการได้รับการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก โดยความเชื่อมั่นไม่ควรเกิดจากคำยืนยันของผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว

3. เพิ่มความโปร่งใสที่ผู้ใช้งานตรวจสอบได้

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ Proof of Reserves ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพิ่มความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสถานะของสินทรัพย์ที่ผู้ประกอบการดูแลได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม TDO มองว่าเรื่องดังกล่าวควรเป็นเป้าหมายร่วมที่อุตสาหกรรมมุ่งไปให้ถึง มากกว่าการกำหนดเป็นข้อบังคับในทันที เนื่องจากความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละรายยังแตกต่างกัน

นายนิรันดร์กล่าวว่า อุตสาหกรรมไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นอีก แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือการสร้างระบบที่เมื่อเกิดเหตุแล้ว รู้ได้เร็ว รายงานได้ตรง และแก้ไขได้ทัน เพราะความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการบอกว่าระบบมีความปลอดภัย แต่เกิดจากการพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถตรวจสอบได้ และเมื่อเกิดปัญหาผู้ประกอบการสามารถดำเนินการอย่างถูกต้อง

ประธาน TDO กล่าวทิ้งท้ายว่า การฟื้นความเชื่อมั่นต้องใช้เวลาและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถสร้างได้จากการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำสิ่งที่ถูกต้องซ้ำ ๆ โดยเฉพาะในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องมีต้นทุน พร้อมระบุว่า TDO พร้อมทำงานร่วมกับสมาชิก สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมาตรฐานของผู้ประกอบการ เพราะหากผู้ใช้งานขาดความเชื่อมั่น แม้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพเพียงใด อุตสาหกรรมก็ยากที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : TDO

ที่มารูปภาพ : TDO

แท็กบทความ

TDO
สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล
Bitcoinสินทรัพย์ดิจิทัล