สสว.ดัน SME ปั้นรายได้แตะ 40% GDP ใน 4 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
สสว.ดัน SME ปั้นรายได้แตะ 40% GDP ใน 4 ปี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 หรือ SME National Awards ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการ SME ต้นแบบ 117 กิจการทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Sustainability, Digital, Global: Empowering SMEs for the Future”


นายอนุทินกล่าวว่า SME ถือเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังทุกพื้นที่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีดิจิทัล รูปแบบการค้าใหม่ และความท้าทายด้านความยั่งยืน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนานวัตกรรม เข้าถึงตลาดและแหล่งทุน รวมถึงเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ภาครัฐจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ SME โดยเฉพาะรายย่อยและผู้ประกอบการภูมิภาคเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดอย่างทั่วถึง



สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าปั้น SME ไทยสู่ความยั่งยืน ดิจิทัล และตลาดโลก สสว.เผยผู้ประกอบการกว่า 600 รายร่วมชิงรางวัล คัด 142 รายรับรางวัล ตั้งเป้ายกระดับ SME สร้างมูลค่าเศรษฐกิจจากเกือบ 35% สู่ 40% ของ GDP ใน 4 ปี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 หรือ SME National Awards ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการ SME ต้นแบบ 117 กิจการทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Sustainability, Digital, Global: Empowering SMEs for the Future”


นายอนุทินกล่าวว่า SME ถือเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังทุกพื้นที่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีดิจิทัล รูปแบบการค้าใหม่ และความท้าทายด้านความยั่งยืน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนานวัตกรรม เข้าถึงตลาดและแหล่งทุน รวมถึงเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ภาครัฐจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ SME โดยเฉพาะรายย่อยและผู้ประกอบการภูมิภาคเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดอย่างทั่วถึง



ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การยกย่องผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นถือเป็นการสร้างต้นแบบให้ SME ทั่วประเทศ โดยการพิจารณารางวัลครอบคลุมผู้ประกอบการทุกขนาดและทุกพื้นที่ รวมถึงไม่ได้ประเมินเฉพาะผลประกอบการ แต่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้ SME มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 35% ของ GDP ต่อเนื่องมาหลายปี รัฐบาลจึงต้องการต่อยอดศักยภาพให้สามารถเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวขึ้นเป็นอย่างน้อย 40% ภายในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสด้านตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาทักษะผู้ประกอบการเพิ่มเติม

ขณะที่ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ปีนี้มีผู้ประกอบการ SME สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 600 ราย ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โดยมีการลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการและตรวจสุขภาพธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการ บัญชี สินค้า ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจ ก่อนคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้ารับรางวัล โดยปีนี้มีผู้ได้รับการคัดเลือกและรับรางวัลรวม 142 ราย


ดร.ปณิตากล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการมอบรางวัล แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นจุดแข็งและข้อจำกัดของธุรกิจ และนำไปปรับปรุงต่อยอด โดย สสว.ให้การสนับสนุนทั้งการอบรมมาตรฐานการบริหารจัดการ การให้คำปรึกษาเชิงลึก การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี การศึกษาดูงาน และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมถึงมีโอกาสต่อยอดไปต่างประเทศผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและการศึกษาดูงาน ทั้งนี้ แม้ผู้ประกอบการบางรายไม่ได้รับรางวัลในปีนี้ ก็ยังได้รับประโยชน์จากการตรวจสุขภาพธุรกิจเพื่อนำไปพัฒนาและเตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดในปีถัดไป


สำหรับเป้าหมายสำคัญของ สสว. คือการยกระดับผู้ประกอบการให้เติบโตตามขนาดธุรกิจ โดยดันผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SME ให้สามารถขยับขึ้นสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการบางรายที่เติบโตจากระดับ Medium เป็น Large และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว 2 ราย ขณะที่ในแต่ละปีมีผู้ประกอบการจากระดับ Medium ขยับขึ้นเป็น Large เกือบ 200 ราย สะท้อนศักยภาพของการพัฒนา SME ให้เติบโตขึ้นเป็นลำดับ โดยปัจจุบัน SME มีสัดส่วนสร้างรายได้หรือ GDP ให้ประเทศเกือบ 35%


ดร.ปณิตาระบุว่า สสว.ตั้งเป้าหมายภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ที่ต้องการผลักดันให้ SME สามารถสร้างรายได้คิดเป็น 40% ของ GDP ภายใน 4 ปี โดยการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องทำให้ผู้ประกอบการมีการเติบโตและเพิ่มระดับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่โครงการ SME National Awards และ SME Provincial Champion Awards จะทำหน้าที่เป็นกลไกในการค้นหา พัฒนา และสร้างผู้ประกอบการต้นแบบ ก่อนขยายแนวปฏิบัติที่ดีไปยัง SME ทั่วประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

ที่มาข้อมูล : สสว.

ที่มารูปภาพ : สสว.

แท็กบทความ

สสว.ปณิตา ชินวัตร
SME National Awards
SME
SME Provincial Champion Award