นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อ เดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว ร้อยละ 1.95 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนด้านพลังงานและอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยสำคัญอันดับแรก คือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังสูงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น และสะท้อนมายัง ค่าโดยสารสาธารณะ ทั้งรถรับส่งนักเรียน รถตู้ระหว่างจังหวัด รถโดยสารประจำทาง รถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น
สรุปข่าว
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อ เดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว ร้อยละ 1.95 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนด้านพลังงานและอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยสำคัญอันดับแรก คือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังสูงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น และสะท้อนมายัง ค่าโดยสารสาธารณะ ทั้งรถรับส่งนักเรียน รถตู้ระหว่างจังหวัด รถโดยสารประจำทาง รถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น
อีกปัจจัยสำคัญ คือ ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับขึ้นเป็นวงกว้าง ทั้งข้าวราดแกง ข้าวผัด ข้าวกะเพรา ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่ง หลังผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่งมายังราคาจำหน่าย ประกอบกับเครื่องปรุงและเครื่องประกอบอาหารหลายรายการเริ่มทยอยปรับราคา ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบอาหารเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน ดัชนีราคาผู้บริโภค ลดลงร้อยละ 0.73 เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับลดลงตามมาตรการดูแลของภาครัฐ ทั้งการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการบริหารค่าการกลั่น รวมถึงการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในช่วงวันหยุดยาว และการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการ ส่งผลให้แรงกดดันด้านค่าครองชีพบางส่วนเริ่มผ่อนคลาย
สำหรับภาพรวม 7 เดือนแรกของปี 2569 เงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 1.21 ขณะที่แนวโน้มเดือนสิงหาคม คาดว่าจะยังขยายตัวในแดนบวก จากราคาพลังงานที่ยังทรงตัวสูง ต้นทุนอาหารที่ยังทยอยส่งผ่านมายังผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านของปรากฏการณ์เอลนีโญจากระดับอ่อนสู่ระดับรุนแรง ซึ่งอาจกระทบผลผลิตสินค้าเกษตรและดันราคาผักสดให้สูงขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม ยังคงคาดการณ์ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ร้อยละ 1.5–2.5 หรือค่ากลาง ร้อยละ 2.0 โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกที่ยังขยายตัว แม้จะต้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกและความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดต่อไป.
