CAAT คุมเข้มลูกเรือรับฝากของ ยกระดับความปลอดภัยการบิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
CAAT คุมเข้มลูกเรือรับฝากของ ยกระดับความปลอดภัยการบิน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศ "มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569" เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสายการบิน ป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางมิชอบ ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของไทย

การออกประกาศดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากมติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่กำหนดแนวทางยกระดับการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือและป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางที่ไม่เหมาะสม

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า CAAT ได้เร่งออกประกาศเพื่อกำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ทุกแห่ง จัดทำมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรืออย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดแนวทางตรวจสอบ บริหารความเสี่ยง และดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน สายการบินต้องดำเนินการตามระเบียบบริษัท ขณะที่ CAAT จะใช้อำนาจตามกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการบินไทย

ประกาศฉบับใหม่กำหนดให้สายการบินทุกแห่งต้องจัดระบบ Crew Baggage Control ควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ กำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สามารถนำขึ้นอากาศยานได้ พร้อมห้ามใช้สถานะลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นภารกิจที่สายการบินมอบหมายอย่างเป็นทางการ



สรุปข่าว

CAAT ออกประกาศห้ามสมาชิกลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของของบุคคลอื่น ยกระดับมาตรการกำกับดูแลสายการบินทั่วประเทศ กำหนดให้สายการบินทุกแห่งจัดระบบควบคุมสัมภาระลูกเรือ บริหารความเสี่ยง ตรวจค้น ฝึกอบรม และดำเนินการทางวินัยอย่างเข้มงวด มุ่งป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางมิชอบ เสริมความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมการบินไทยตามมาตรฐานสากล

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศ "มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569" เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสายการบิน ป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางมิชอบ ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของไทย

การออกประกาศดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากมติการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่กำหนดแนวทางยกระดับการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือและป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางที่ไม่เหมาะสม

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า CAAT ได้เร่งออกประกาศเพื่อกำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ทุกแห่ง จัดทำมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรืออย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดแนวทางตรวจสอบ บริหารความเสี่ยง และดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน สายการบินต้องดำเนินการตามระเบียบบริษัท ขณะที่ CAAT จะใช้อำนาจตามกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการบินไทย

ประกาศฉบับใหม่กำหนดให้สายการบินทุกแห่งต้องจัดระบบ Crew Baggage Control ควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ กำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สามารถนำขึ้นอากาศยานได้ พร้อมห้ามใช้สถานะลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นภารกิจที่สายการบินมอบหมายอย่างเป็นทางการ



นอกจากนี้ ยังต้องจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจและตรวจค้นสัมภาระลูกเรือ การฝึกอบรมสร้างความตระหนัก ระบบรับแจ้งเบาะแส การสอบสวนข้อเท็จจริง และมาตรการทางวินัยที่ชัดเจน พร้อมบูรณาการมาตรการดังกล่าวไว้ในระบบบริหารจัดการด้านนิรภัย (SMS) ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring System) และแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP)

ในกรณีพบเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกลูกเรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องประเมินความเสี่ยง ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว รายงานต่อ CAAT โดยไม่ชักช้า และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย

พร้อมกันนี้ CAAT จะยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านการตรวจค้นและรักษาความปลอดภัยการบิน ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ผู้ดำเนินการสนามบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และจะนำประกาศฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจประเมินผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ทั้งการออกใบรับรอง การต่ออายุ และการตรวจติดตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : CAAT

ที่มารูปภาพ : TNN