หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 20 ต.ค. 2569 ปิดลบ 36.38 จุด นักลงทุนจับตาผลงานบิ๊กเทค

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 20 ต.ค. 2569 ปิดลบ 36.38 จุด นักลงทุนจับตาผลงานบิ๊กเทค

ดาวโจนส์ 20 ต.ค.2569 ปิดลบ 36.38 จุด 

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดผสมผสานในวันจันทร์ (19 ต.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงเล็กน้อย 36.38 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% หลังนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกเทขายอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตลาดจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้าน AI และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ปิดที่ 51,966.03 จุด ลดลง 36.38 จุด หรือ 0.07% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,690.73 จุด เพิ่มขึ้น 31.29 จุด หรือ 0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,430.89 จุด เพิ่มขึ้น 290.85 จุด หรือ 1.11%

นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากลดสัดส่วนการลงทุนเมื่อสัปดาห์ก่อน จากความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจทุ่มงบลงทุนด้าน AI มากเกินไป ประกอบกับต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มภาระหนี้สินให้กับบริษัทเหล่านี้

สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 20 ต.ค. 2569 ปิดที่ 51,966.03 จุด ลดลง 36.38 จุด คลื่อนไหวสวนทาง ดาวโจนส์ปิดลบ Nasdaq บวกแรงจากแรงช้อนซื้อหุ้นเทคโนโลยี ก่อนเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการบริษัทใหญ่ ขณะที่น้ำมัน WTI พุ่ง 2.22% แตะ 103.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดาวโจนส์ 20 ต.ค.2569 ปิดลบ 36.38 จุด 

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดผสมผสานในวันจันทร์ (19 ต.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงเล็กน้อย 36.38 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% หลังนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกเทขายอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตลาดจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้าน AI และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI) ปิดที่ 51,966.03 จุด ลดลง 36.38 จุด หรือ 0.07% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,690.73 จุด เพิ่มขึ้น 31.29 จุด หรือ 0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,430.89 จุด เพิ่มขึ้น 290.85 จุด หรือ 1.11%

นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากลดสัดส่วนการลงทุนเมื่อสัปดาห์ก่อน จากความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจทุ่มงบลงทุนด้าน AI มากเกินไป ประกอบกับต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มภาระหนี้สินให้กับบริษัทเหล่านี้

ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ตลาดฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 1.6% ฟื้นตัวหลังร่วงลงติดต่อกัน 8 วันทำการ ซึ่งเป็นสถิติการลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551

นักวิเคราะห์จาก Rosenblatt Securities ในลอสแอนเจลิสระบุว่า หุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัวจากแรงซื้อคืน หลังราคาดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนกดดันให้ Nasdaq ร่วงลงกว่า 2% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขายก่อนบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการ โดย Tesla และ SpaceX มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 20 ต.ค. ขณะที่ Meta Platforms เตรียมรายงานในวันที่ 21 ต.ค.

ในบรรดาหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ของดัชนี S&P 500 หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้นมากที่สุด 2.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น 1.2% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลงมากที่สุด 2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 1.17%

หุ้น Amazon.com พุ่งขึ้น 5% หลังนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ยกให้เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) โดยมองถึงศักยภาพของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ขณะที่หุ้น Tesla เพิ่มขึ้น 3.8% ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเช่นกัน

ด้านหุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ปิดตลาดลดลง 0.4% ต่อเนื่องจากการร่วงลงกว่า 25% ในสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของบริษัทที่สูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้น Intel ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนเป็น “Neutral” จากเดิม “Underweight” ขณะที่หุ้น Cleveland-Cliffs ผู้ผลิตเหล็ก ทะยานขึ้น 16% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยกดดันตลาดระหว่างวัน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.22% ปิดที่ 103.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสนามบินในซาอุดีอาระเบีย

ขณะเดียวกัน สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติสหรัฐฯ (NAHB) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านเดือนตุลาคมลดลง 3 จุด สู่ระดับ 29 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 31 หลังอยู่ที่ระดับ 32 ในเดือนกันยายน โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนองที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนแรงงาน

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ

แท็กบทความ