หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 2 ก.ย. 2569 ปิดร่วง 419.02 จุด กังวลผลตอบแทนพันธบัตร-ราคาน้ำมันดิบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 2 ก.ย. 2569 ปิดร่วง 419.02 จุด กังวลผลตอบแทนพันธบัตร-ราคาน้ำมันดิบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,766.88 จุด ลดลง 419.02 จุด หรือ -0.79%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,631.47 จุด ลดลง 54.67 จุด หรือ -0.71%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,099.77 จุด ลดลง 271.12 จุด หรือ -1.03%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2539

ส่วนในสหราชอาณาจักร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.2341% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2551 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 3.3546% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีถือเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมในกลุ่มประเทศยูโรโซน

การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ


สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 2 ก.ย. 2569 ปิดที่ 52,766.88 จุด ลดลง 419.02 จุด ตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก-ราคาน้ำมันดิบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,766.88 จุด ลดลง 419.02 จุด หรือ -0.79%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,631.47 จุด ลดลง 54.67 จุด หรือ -0.71%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,099.77 จุด ลดลง 271.12 จุด หรือ -1.03%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2539

ส่วนในสหราชอาณาจักร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.2341% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2551 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 3.3546% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีถือเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมในกลุ่มประเทศยูโรโซน

การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ


ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวล

นักวิเคราะห์จากบริษัท Baird ให้ความเห็นว่า หลังจากที่เควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินบนเวทีประชุมที่แจ็กสัน โฮล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดก็ถูกซ้ำเติมด้วยข่าวการโจมตีในอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น นอกจากนี้ ความอ่อนแอตามฤดูกาลก็เป็นปัจจัยกดดันตลาดเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Fisher Investments ระบุว่า เดือนก.ย.เป็นเดือนเดียวที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบนับตั้งแต่ปี 2469

ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 5.2% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น 4.6% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจเผชิญภาวะชะงักงัน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายในอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจ ในขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย



ความเคลื่อนไหวหุ้นรายตัว

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 1.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 1.4% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.54% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น 0.85%

หุ้นกลุ่มขนส่งในดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Transportation Average Index) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจ ร่วงลง 2.5% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนีดาวโจนส์

ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ร่วงลง 2.1% โดยหุ้นทุกตัวในดัชนีดังกล่าวปรับตัวลงถ้วนหน้า

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว