ดาวโจนส์ 25 ส.ค.2569 ปิดบวก 140.15 จุด รับแรงซื้อหุ้นการเงิน จับตา Nvidia-เงินเฟ้อ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ดาวโจนส์ 25 ส.ค.2569 ปิดบวก 140.15 จุด รับแรงซื้อหุ้นการเงิน จับตา Nvidia-เงินเฟ้อ

ดาวโจนส์ 25 สิงหาคม 2569 ปิดบวก 140.15 จุด 

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันจันทร์ (24 ส.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 140.15 จุด ขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางการจับตานโยบายกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงผลประกอบการของ Nvidia ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุมแจ็กสัน โฮล**

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,417.16 จุด เพิ่มขึ้น 140.15 จุด หรือ 0.26%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,652.86 จุด ลดลง 21.51 จุด หรือ 0.28%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,980.19 จุด ลดลง 200.26 จุด หรือ 0.76%

หุ้นการเงินหนุนดาวโจนส์

หุ้นกลุ่มการเงินเป็นแรงหนุนสำคัญของดัชนีดาวโจนส์ โดยหุ้น JPMorgan Chase ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่หุ้น Visa พุ่งขึ้น 3%

ด้านดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานที่ลดลง 0.76% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทำผลงานดีที่สุด เพิ่มขึ้น 1.76% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินที่เพิ่มขึ้น 1.24%

สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 25 ส.ค.2569 ปิดที่ 53,417.16 จุด เพิ่มขึ้น 140.15 จุด ขานรับแรงซื้อหุ้นการเงิน ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและชิป ด้านนักลงทุนเกาะติดผลประกอบการ Nvidia ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด พร้อมประเมินมาตรการกดดันอิหร่านและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

ดาวโจนส์ 25 สิงหาคม 2569 ปิดบวก 140.15 จุด 

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันจันทร์ (24 ส.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 140.15 จุด ขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางการจับตานโยบายกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงผลประกอบการของ Nvidia ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุมแจ็กสัน โฮล**

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,417.16 จุด เพิ่มขึ้น 140.15 จุด หรือ 0.26%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,652.86 จุด ลดลง 21.51 จุด หรือ 0.28%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,980.19 จุด ลดลง 200.26 จุด หรือ 0.76%

หุ้นการเงินหนุนดาวโจนส์

หุ้นกลุ่มการเงินเป็นแรงหนุนสำคัญของดัชนีดาวโจนส์ โดยหุ้น JPMorgan Chase ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่หุ้น Visa พุ่งขึ้น 3%

ด้านดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานที่ลดลง 0.76% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทำผลงานดีที่สุด เพิ่มขึ้น 1.76% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินที่เพิ่มขึ้น 1.24%

หุ้นชิปถูกเทขาย กดดัน Nasdaq

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายอย่างหนัก โดยดัชนี PHLX Semiconductor Index ร่วงลง 2.7% ขณะที่ Nvidia ลดลง 2.9% Micron Technology ดิ่งลง 5.8% และ Broadcom ร่วงลง 2.6% ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดัชนี Nasdaq

นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยียังได้รับแรงกดดันจากกระแสต่อต้านโครงการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย Axios รายงานเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ว่า เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ส่งสัญญาณเตือนอุตสาหกรรม AI หลังบริษัทผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลเผชิญกระแสต่อต้านจากชุมชน

ก่อนหน้านี้ แอบบอตต์ได้สั่งระงับการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ผ่านกระบวนการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ เนื่องจากกังวลว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

หุ้นรถยนต์ร่วง หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจากแคนาดา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดาเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศประสบความล้มเหลว

ข่าวดังกล่าวกดดันหุ้นกลุ่มยานยนต์ โดย Ford Motors ร่วง 3.3% General Motors ลดลง 1.1% ขณะที่ J.B. Hunt Transport ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางรถบรรทุก ดิ่งลง 5.7%

สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่

นักลงทุนยังประเมินมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน หลังสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” พร้อมมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยัง 5 ภาคส่วน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนสำคัญที่อิหร่านใช้สนับสนุนเศรษฐกิจ

จับตาตลาดพันธบัตรและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ด้านตลาดพันธบัตร CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่า กระทรวงการคลังอาจนำเงินจากบัญชี Treasury General Account (TGA) มาใช้ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 4.704% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปียังคงยืนเหนือระดับ 5%

นักลงทุนจับตา Nvidia-PCE และถ้อยแถลงประธานเฟด

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของ Nvidia บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือน ก.ค. ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดย PCE เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ใช้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” ซึ่งนักลงทุนจะติดตามสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ