หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 15 ส.ค. 2569 ปิดลบ 107.58 จุด กังวลยอดค้าปลีกอ่อนแอ-แรงขายหุ้น AI

Share on Line Share on Facebook Share on X
หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 15 ส.ค. 2569 ปิดลบ 107.58 จุด กังวลยอดค้าปลีกอ่อนแอ-แรงขายหุ้น AI

ดาวโจนส์ 15 ส.ค.2569 ปิดลบ 107.58 จุด 

 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI.X) ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ 0.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 (SP500.X) ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq (NASDAQ.X) ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ 0.28%

ตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ในเดือนก.ค.ที่ออกมาต่ำกว่าคาด หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนอยู่ที่ 51 จุดในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 54.5 จุด

สรุปข่าว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 15 ส.ค. 2569 ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด ตลาดถูกกดดันจากยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด และแรงขายหุ้นกลุ่มชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดาวโจนส์ 15 ส.ค.2569 ปิดลบ 107.58 จุด 

 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI.X) ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ 0.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 (SP500.X) ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq (NASDAQ.X) ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ 0.28%

ตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ในเดือนก.ค.ที่ออกมาต่ำกว่าคาด หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนอยู่ที่ 51 จุดในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 54.5 จุด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ข้อมูล FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ต่อโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย และ 33% ต่อโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

อีกปัจจัยกดดันตลาดคือแรงขายหุ้นกลุ่มชิป โดยหุ้น Applied Materials ร่วง 5.1% แม้บริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสที่สดใส เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังต่อบริษัทในระดับสูง หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในปี 2569 จากความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขยายศูนย์ข้อมูล AI ส่วนหุ้น Broadcom ร่วง 5.9% และ Intel ลดลง 2%

นักวิเคราะห์มองว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด แต่การปรับตัวขึ้นอย่างมากของหุ้นกลุ่มดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยกรณีของ Applied Materials สะท้อนให้เห็นว่า แม้ผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจจะออกมาดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นยังปรับตัวลง เนื่องจากความคาดหวังของตลาดอยู่ในระดับสูงแล้ว

ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานของ S&P500 พุ่งขึ้น 1.4% หลังสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดมากขึ้น จากเหตุเรืออีก 2 ลำถูกโจมตีจนการขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด

สำหรับหุ้นรายตัว Reddit พุ่งเกือบ 13% หลังได้รับการประกาศให้เข้ารวมในดัชนี S&P500 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ขณะที่ Workday ร่วง 3.8% หลังจากพุ่งขึ้น 18% ในวันพฤหัสบดี จากรายงานว่า Silver Lake บริษัทไพรเวทอิควิตี้ กำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อบริษัทซอฟต์แวร์แห่งนี้

ส่วนหุ้นผู้ผลิตโดรนปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าโดรนและชิ้นส่วนโดรน โดย Red Cat พุ่งขึ้น 8.8% และ Unusual Machines ทะยานขึ้น 25%

แม้ดัชนีหลักจะปิดลดลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังคงแข็งแกร่ง โดย S&P500 เพิ่มขึ้น 0.4% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.1% นับเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งและความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง

ด้านผลประกอบการยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด โดยกำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 2 ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจาก Amazon, Microsoft และบริษัทขนาดใหญ่รายอื่นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI ตามข้อมูลของ LSEG

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ