ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลกรั้งที่ 44 ติด Top 10 หลายด้าน รัฐเร่งดันงานวิจัยสู่รายได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลกรั้งที่ 44 ติด Top 10 หลายด้าน รัฐเร่งดันงานวิจัยสู่รายได้

ประเทศไทยขยับขึ้นอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2569 (Global Innovation Index: GII 2026) มาอยู่ที่อันดับ 44 ของโลก จากการจัดอันดับโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO เพิ่มขึ้น 1 อันดับจากปีก่อน สะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม และกำลังคนของไทยที่ยังมีโอกาสต่อยอดได้อีกมาก

สรุปข่าว

ไทยขยับขึ้นอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก 2569 มาอยู่ที่ 44 จาก 139 ประเทศ ติด Top 10 โลกหลายด้าน ทั้งส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ เทคโนโลยีขั้นสูง และบุคลากรวิจัยภาคธุรกิจ รัฐเร่งผลักดันงานวิจัยสู่สินค้า เทคโนโลยี และรายได้จริง

ประเทศไทยขยับขึ้นอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2569 (Global Innovation Index: GII 2026) มาอยู่ที่อันดับ 44 ของโลก จากการจัดอันดับโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO เพิ่มขึ้น 1 อันดับจากปีก่อน สะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม และกำลังคนของไทยที่ยังมีโอกาสต่อยอดได้อีกมาก

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า WIPO เผยแพร่รายงาน Global Innovation Index (GII) ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยประเมิน 139 ประเทศและเขตเศรษฐกิจจาก 79 ตัวชี้วัด

ผลการจัดอันดับพบว่า ไทยอยู่ที่ อันดับ 44 ของโลก และอยู่ในอันดับ 3 จาก 35 ประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง รองจากจีนและมาเลเซีย

ไทยติด Top 10 โลกหลายตัวชี้วัด

ข้อมูล GII 2026 ระบุว่า ประเทศไทยมีตัวชี้วัดด้านนวัตกรรมที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกหลายรายการ โดยเฉพาะ

  • การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ อันดับ 6 ของโลก
  • สัดส่วนบุคลากรด้านการวิจัยที่ทำงานในภาคธุรกิจ อันดับ 7 ของโลก
  • การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง อันดับ 8 ของโลก
  • คำขออนุสิทธิบัตรโดยผู้ยื่นในประเทศเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ อันดับ 5 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

นอกจากนี้ ตัวชี้วัดการยื่นคำขอ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Designs by Origin) ของไทยอยู่ที่อันดับ 30 ของโลก ปรับดีขึ้น 4 อันดับจากปีก่อน

รัฐเร่งเปลี่ยนงานวิจัยสู่การใช้จริง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 44 สะท้อนว่าไทยมีทั้งบุคลากร องค์ความรู้ และฐานเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ แต่ความท้าทายสำคัญคือการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมออกจากมหาวิทยาลัย ห้องทดลอง และหน่วยงานวิจัย ไปสู่การใช้งานจริง

รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถพัฒนาเป็น สินค้า เทคโนโลยี และบริการ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. มีบทบาทในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้งานวิจัยสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม และปัญหาของประเทศได้มากขึ้น

เชื่อมงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงเชิงพาณิชย์

สำหรับระยะต่อไป กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมประสานความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ผู้เชี่ยวชาญจาก WIPO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมกระบวนการตั้งแต่ การวิจัยและพัฒนา การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

เป้าหมายคือผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้สามารถต่อยอดเป็นสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่ใช้งานได้จริง เพิ่มมูลค่าให้กับงานวิจัย สร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Getty Images

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย

แท็กบทความ

ดัชนีนวัตกรรมโลก
GlobalInnovationInd
นวัตกรรมไทยWIPOงานวิจัยไทย