จับตา! คลังทบทวนเกณฑ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา! คลังทบทวนเกณฑ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อพิจารณาทบทวนเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นคาดในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เวลา 15.00 น. 

กรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริงจะไม่ได้รับสิทธิจากโครงการ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ และยืนยันว่าจะให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ก่อนประกาศผลการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 ก.ค. 69

เช็กหลักเกณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่ : กระทรวงการคลัง

สรุปข่าว

กระทรวงการคลัง นัดประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม คาด 11 มิถุนายนนี้ เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังเกิดข้อกังวลกรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจส่งผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติผู้ถือบัตร

ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อพิจารณาทบทวนเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นคาดในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เวลา 15.00 น. 

กรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริงจะไม่ได้รับสิทธิจากโครงการ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ และยืนยันว่าจะให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ก่อนประกาศผลการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 17 ก.ค. 69

เช็กหลักเกณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่ : กระทรวงการคลัง

รับฟังทุกข้อเสนอแนะ

สำหรับในส่วนของข้อสรุปว่าจะเป็นการทบทวนหรือยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวนั้น นายวินิจ กล่าวว่า ตามกฎหมายเป็นอำนาจของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ยืนยันว่าวันนี้กระทรวงการคลังรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และพิจารณาถึงความจำเป็นในทุกด้าน ซึ่งยอมรับว่า มีสัญญาณและทิศทางที่ชัดเจนว่า จะเป็นการทบทวน เพราะวันนี้เหตุการณ์เลยมาไกลพอสมควรแล้ว ดังนั้นอยากให้รอข้อสรุปจากที่ประชุมก่อน

"นโยบายสาธารณะคงไม่ใช่เรื่องที่คิดแล้วทำโดยไม่ฟังใครเลย แต่ยืนยันว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีข้อมูล มีที่มาของสาเหตุในการพิจารณาออกแต่ละเกณฑ์ในการคัดกรองครั้งนี้อยู่แล้ว รวมทั้งมีข้อมูลอยู่แล้วว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอยู่แล้วเท่าไหร่ แต่รายละเอียดทั้งหมดอยากให้รอข้อสรุปภายหลังการประชุมก่อน"นายวินิจ กล่าว

ทั้งนี้ จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบหรือไม่นั้น นายวินิจ ระบุว่า หากเรื่องไหนเป็นอำนาจของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมก็ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนเรื่องไหนต้องเสนอให้ ครม. รับทราบก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน

นายวินิจ ย้ำว่า ที่ผ่านมาเราพูดกันตลอดเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรั่วไหล หรือปัญหาคนไม่จนจริง อย่างที่ทราบกันดีว่ากระทรวงการคลังมีความพยายามจัดการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาเราได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนเรื่องการรั่วไหลมาตลอด 

เมื่อมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นในส่วนใด เราก็ทบทวนได้

ดังนั้นในครั้งนี้เราจึงพยายามที่จะออกเกณฑ์เพื่อคัดกรองให้ได้คนที่จนอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีข้อสั่งการจากฝ่ายนโยบายลงมา และเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องนำมาทบทวนตามกระบวนการ โดยต้องมาดูในรายละเอียด ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ จึงอยากให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปตามขั้นตอน

"เมื่อมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นในส่วนใด เราก็ทบทวนได้ เพราะนโยบายสาธารณะมันไม่มีใครถูกหรือผิดขนาดนั้น แต่เมื่อวันนี้เป็นเรื่องความไม่สบายใจก็มาทบทวนกัน" โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

เกณฑ์เรื่องวงเงินสินเชื่อ

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนเกณฑ์เรื่องวงเงินสินเชื่อ รวมกันทุกประเภทหนี้และทุกบัญชี ต้องไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เกณฑ์ต่าง ๆ ที่กระทรวงการคลังได้ผลักดันออกมา เป็นการพยายามทำให้ครอบคลุมและปิดช่องโหว่เรื่องการรั่วไหล เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ที่ลำบากอย่างแท้จริง 

ควบคู่ไปกับการเก็บตกกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้เม็ดเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกใช้อย่างคุ้มค่าในภาวะวิกฤติ ซึ่งทุกคนลำบากทั้งหมด แต่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือคนที่ลำบากมากที่สุดอย่างแท้จริง จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันโครงการต่างๆที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม เนื่องจากปัจจุบันทุกคนลำบาก และได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงานทั้งหมด แต่ต้องมีการแยกมิติ การช่วยเหลือด้านสวัสดิการในกลุ่มต่างๆให้เหมาะสม 

โดยโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เน้นให้ความช่วยเหลือคนที่ยากจนอย่างแท้จริงซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความรั่วไหล ควบคู่ไปกับการเก็บตกคนที่ตกหล่น ส่วนผู้สูงอายุ ก็มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ดูแลอยู่ เช่นเดียวกับเยาวชนก็มีสวัสดิการดูแลอยู่อย่างชัดเจน ส่วนกลุ่มที่อาจหลุดจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รองรับอยู่

(อ่านข่าว : บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีบัญชีร่วม-บัตรเครดิต-กดเงินสด กระทบสิทธิหรือไม่?)

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : TNN/Getty Images

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ