
สรุปข่าว
GOLD BULLISH
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
- การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ
- ประเทศในยุโรปยังประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์
GOLD BEARISH
- แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว
- แรงขายทองคำของกองทุนอีทีเอฟทองคำ
- การกระจายวัคซีนโควิด-19
การจ้างงานสหรัฐเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญมากที่สุด
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศเกือบทุกวันมีผลกระทบทางอ้อมต่อราคาทองคำ ผ่านการอ่อนค่าหรือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์อีกที แต่ความสำคัญของแต่ละตัวเลขเศรษฐกิจย่อมมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งจะผลกระทบต่อเงินดอลลาร์และราคาทองคำมากน้อยแตกต่างกันไปด้วย สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ จีดีพีรายไตรมาส การจ้างงาน อัตราการว่างงานอัตราเงินเฟ้อยอดค้าปลีก ซึ่งตลาดให้ความสนใจกับตัวเลขการจ้างงานเป็นพิเศษ รวมทั้งอัตราการว่างงาน เนื่องจากแสดงถึงความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของตลาดแรงงานเป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐโดยปกติตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐจะมีการประกาศทุกเดือนในช่วงต้นเดือนถ้าตัวเลขจริงออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมาก จะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนมาก ส่วนกรณีที่การจ้างงานสหรัฐออกมาใกล้เคียงกับตลาดที่คาด ราคาทองคำจะทรงตัว ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามการจ้างงานสหรัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ทัน สำหรับสัปดาห์นี้สหรัฐจะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือนมี.ค. โดยจะมีการประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP ในวันพุธ และการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 557,000 ตำแหน่ง และ 663,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ

ที่มา : U.S. Bureau of Labor Statistics
การจ้างงานสหรัฐยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 มาก
ถึงแม้ว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนก.พ.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 379,000 ตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 197,000 ตำแหน่งอย่างมาก มีผลให้ราคาทองคำในคืนวันที่ 5 มี.ค.ลดลงแรง แต่ที่น่าประหลาดใจว่าในที่สุดทองคำกลับมีแรงซื้อกลับเข้ามาเหตุผลอาจเป็นเพราะว่าเมื่อดูระดับการจ้างงานของสหรัฐเดือนก.พ.อยู่ที่143 ล้านตำแหน่ง ตัวเลขยังอยู่ห่างไกลเมื่อเทียบกับก่อนโควิดถึง 10 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลจากสหรัฐประกาศมาตรการล็อคดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือนเม.ย.2563 ทำให้การจ้างงานในเดือนเม.ย.ลดลงมากถึง 20 ล้านตำแหน่ง ถึงแม้ว่าสถานการณ์การจ้างงานสหรัฐเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ แต่การจ้างงานของสหรัฐยังไม่ได้กลับไปสูงเท่ากับระดับก่อนโควิด-19 อย่างไรก็ดีผมประเมินว่าเมื่อมีการกระจายวัคซีนทั่วถึงมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงกลางปีตลาดแรงงานสหรัฐคาดจะมีแนวโน้มแข็งแกร่ง
สัปดาห์นี้ราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,700-1,755 ดอลลาร์ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้อยู่ที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐเดือนมี.ค.ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญมากที่สุด ดังนั้นถ้าตัวเลขจริงออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมาก จะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนมาก ซึ่งตลาดคาดการจ้างงานภาคเอกชน ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค. จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 557,000 ตำแหน่ง และ 663,000 ตำแหน่ง ตามลำดับส่วนปัจจัยอื่นที่ยังต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ทิศทางเงินดอลลาร์แรงซื้อขายทองคำของกองทุนอีทีเอฟทองคำ
สัปดาห์นี้ทองคำ Spot มีแนวรับ 1,720 ดอลลาร์ และ 1,700 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,740 ดอลลาร์ และ 1,750-1,755 ดอลลาร์ ส่วนเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองแท่งในประเทศอย่างมีนัยสำคัญราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 25,200 บาท และ 25,000 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 25,600 บาท และ 25,750-25,800 บาท


- ราคาทองคำวันนี้ 2 มิ.ย. 2568 เปิดตลาดปรับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 52,050 บาท
- ราคาทองคำวันนี้ 31/05/68 เปิดตลาดปรับลง 50 รูปพรรณขายออก 51,950 บาท
- ทองเร่งตัวขึ้น หลังศาลอุทธรณ์เผย“ทรัมป์” ยังเก็บภาษีตอบโต้ได้ต่อ
- ทองปรับลงต่อ หลัง FOMC เผยเงินเฟ้อยังน่ากังวล อัตราว่างงานสหรัฐฯสูง
- ราคาทองคำวันนี้ 29 พ.ค. 2568 เปิดตลาดปรับร่วงแรง 550 บาท รูปพรรณขายออก 51,550 บาท
- ทองลงต่อนักลงทุนคลายกังวล สงครามการค้า สหรัฐฯ -ยุโรป
- "GCAP Gold" มอง "ราคาทอง" เด้งระยะสั้น ลุ้นแตะ 53,000 บาท ความเสี่ยงพันธบัตรสหรัฐฯ ภาษี EU หนุน
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand