เรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 2569

เรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ขอเชิญประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ภายในขบวนประกอบด้วยเรือพระราชพิธีหลายประเภท โดยมีเรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
ตลอดจนเรือพระราชพิธีประเภทอื่น ๆ เช่น เรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซง และเรือตำรวจ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการจัดริ้วขบวนให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธีจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน 2,200 นาย เรือพระราชพิธี จํานวน 52 ลํา แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร
สรุปข่าว
เรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ขอเชิญประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ภายในขบวนประกอบด้วยเรือพระราชพิธีหลายประเภท โดยมีเรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
ตลอดจนเรือพระราชพิธีประเภทอื่น ๆ เช่น เรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซง และเรือตำรวจ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการจัดริ้วขบวนให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธีจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน 2,200 นาย เรือพระราชพิธี จํานวน 52 ลํา แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีการกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต้นรัชกาลพระมหาจักรพรรดิ ลำปัจจุบันสร้างขึ้นปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อทดแทนเรือลำเดิมที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ประกอบพิธีลงน้ำในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ลำเรือภายนอกลงรักปิดทองประดับกระจก สีพื้นเป็นสีน้ำเงิน หมายถึงเรือของพระมหากษัตริย์
ประดับลวดลายกนกเปลวอย่างวิจิตรงดงาม เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จประทับเรือพระที่นั่ง จะมีการติดเครื่องสูงหักทองขวาง เช่น ฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น พระกลด บังสูรย์ พัดโบก กลางลำเรือมีบัลลังก์บุษบก หรือพระแท่นบัลลังก์กัญญา สำหรับเป็นที่ประทับบนเรือพระที่นั่ง ติดพระวิสูตร หรือผ้าม่าน และธง 3 ชายที่ท้ายเรือ บริเวณปากหงส์ประดับพู่จามรี ห้อยปลายพู่เป็นแก้วผลึกเจียระไน และขนจามรีสีขาว คอหงส์คล้องพวงมาลัยดอกไม้ขนาดใหญ่
ภาพจาก Thai News Pix
เรือพระที่นั่งมีขนาดความยาว 44.90 เมตร กว้าง 3.17 เมตร ลึก 0.94 เมตร ใช้กำลังพลรวม 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ได้แก่ นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 7 นาย
จากความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรมอบรางวัลเรือโลก โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เริ่มใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนลำปัจจุบันนั้น เป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เมษายน พุทธศักราช 2457
คำว่า “อนันตนาคราช” มาจากภาษาสันสกฤต 3 คำ คือ อนันตะ แปลว่า ไม่สิ้นสุด–นิรันดร นาคะ แปลว่า นาค หรืองู ราชะ แปลว่า เจ้านาย หรือพระราชา รวมความได้ว่า ราชาแห่งนาคที่ไม่สิ้นสุด
ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ลวดลายไม้จำหลักของเรือเป็นลายก้านขดปิดทองประดับกระจกสีเขียว ตลอดทั้งลำเรือยังประดับลวดลายพญานาคเคลื่อนไหวอย่างพริ้วไหวและทรงพลัง หันเศียรไปยังโขนเรือ สีพื้นภายนอกของเรือประดับกระจกสีน้ำเงิน สื่อความหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ท้องเรือภายในทาสีแดง โขนเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือพญานาค 7 เศียร บริเวณรัดอกประดับลายกระจังปฏิญาณ มีเทพพนมประดับอยู่ภายในไส้ในรอบเข็มขัดรัด
กลางลำเรือทอดบุษบก ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนี้ ปกติจะใช้เป็นเรือพระที่นั่งรอง หรือเรือเชิญผ้าพระกฐิน และประดิษฐานบุษบกสำหรับพระพุทธรูปสำคัญ ในสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7
ภาพจาก Thai News Pix
เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางชลมารค เส้นทางท่าราชวรดิฐ–ท่าพระฉนวน วัดอรุณราชวราราม ได้ทรงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการเสด็จพระราชดำเนินไป และทรงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชในการเสด็จพระราชดำเนินกลับ
เรือพระที่นั่งลำนี้ มีความยาว 44.85 เมตร กว้าง 2.58 เมตร ลึก 0.87 เมตร ใช้กำลังพลรวมจำนวน 72 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 69 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 54 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย พนักงานเห่เรือ 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 3 นาย

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2539 โดยกองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรนำโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มาเป็นต้นแบบ แบ่งเป็นการดำเนินงานจัดทำโครงสร้างเรือ พาย และคัดฉากของกองทัพเรือ จากนั้นจึงให้กรมศิลปากรดำเนินการที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมด
โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กันยายน พุทธศักราช 2537 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ณ ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2539
ภาพจาก Thai News Pix
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เคยเป็นเรือพระที่นั่งทรง เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 โขนเรือจำหลักรูปพระวิษณุประทับยืนบนครุฑ พระวรกายคล้ำ ในพระกรทั้ง 4 ทรงจักร สังข์ คทา และตรีศูล ประทับบนครุฑยุดนาค หรือครุฑที่จับนาค 2 ตัวชูขึ้น ที่หัวเรือเบื้องใต้ครุฑเป็นช่องสำหรับใส่ปืนใหญ่ กลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา และมีแท่นประทับ ลำเรือภายนอกท้องเรือภายในทาสีแดง
ตัวเรือมีความยาว 44.30 เมตร กว้าง 3.20 เมตร ลึก 1.10 เมตร ใช้กำลังพลรวมจำนวน 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ได้แก่ นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจำนวน 7 นาย

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จัดเป็นเรือพระที่นั่งศรีในลำดับชั้นรอง ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินลำลอง ภายหลังนำเข้าขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรียกว่า เรือพระที่นั่งรอง นับเป็นเรือพระที่นั่งลำเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
เรือพระที่นั่งลำนี้มีลักษณะเด่น คือโขนเรือเชิดเรียว มาจากคำ 2 คำ คือ อเนก หมายถึง จำนวนมาก และชาติภุชงค์ หมายถึง นาค สอดคล้องกับรูปโขนเรือที่มีเป็นรูปพญานาคเล็กๆ จำนวนมาก หัวเรือลงรักปิดทองลายรดน้ำเป็นรูปพญานาคแปลง คือมีใบหน้าเป็นมนุษย์รวม 7 หน้า ประดับกระจกสีเขียวเป็นหลักแต่ไม่ได้ลงยาสี ลักษณะเดียวกับศิลปกรรมหน้าบันพระอุโบสถต่างๆ ถัดจากหัวเรือมีเข็มขัดรัดแกะสลักเป็นลายนาคมีผ้าหน้าโขนเรือ และพู่ห้อยซ้าย-ขวา ลำเรือภายนอกทาสีชมพู แกะสลักลวดลายเป็นนาคเรียงซ้อนกันทั้งชั้นบนและล่างเป็นนาคเรียงหันหน้าไปทางหัวเรือ
ภาพจาก Thai News Pix
ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นที่ประทับเปลื้องเครื่องหรือเปลื้องพระชฎามหากฐินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จขึ้น หรือลงเรือพระที่นั่งอีกลำ ตัวเรือมีความยาว 45.67 เมตร กว้าง 2.91 เมตร ลึก 0.91 เมตร ใช้กำลังพลรวม 82 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 75 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 61 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 7 นาย
โดยปกติเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราใหญ่ จะทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ และทรงพระมหามงกุฏ หรือ พระชฎามหากฐินทรงพระมาลาเส้าสูง เรือที่ใช้ทรงเปลื้องเครื่องนี้เรียกว่า เรือพลับพลา เรือนี้จะเข้าเทียบท่าก่อนแล้วเรือพระที่นั่งลำทรง เทียบด้านนอกเรือพลับพลา เมื่อเสด็จสู่พลับพลาเปลื้องพระมหามงกุฏ หรือ พระชฎามหากฐินแล้ว จึงเสด็จขึ้น เช่นเดียวกันในการเสด็จกลับจะเสด็จลงเรือพลับพลาทรงพระมหามงกุฏ หรือพระชฎามหากฐินก่อน แล้วจึงเสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่ง

- เปิดพิกัด 16 จุด ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 2569
- ขสมก. จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย.
- เปิดพิกัด 6 จุดชม "ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค" พร้อมจอ LED ถ่ายทอดสด 5 จอ
- “ความงดงามหนึ่งเดียวในโลก” ทร.พร้อม“ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
- เจ้าพระยายังไม่พ้นวิกฤต! เร่งพร่องน้ำรับฝนรอบใหม่ เตือน 41 จังหวัดฝนถล่ม เตือนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก พระลาน / กองทัพเรือ
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
